ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บอกเรา
ขายออนไลน์

ขายบนมาร์เก็ตเพลส หรือเปิดเว็บร้านตัวเอง: ที่หนึ่งให้ยอดขาย อีกที่ให้ลูกค้าที่กลับมา

คืน 11.11 ร้านสกินแคร์แพ็กของถึงตีสาม แล้วเจอชื่อลูกค้าที่สั่งเซรั่มเป็นครั้งที่สาม ร้านขายให้เธอได้ แต่ยังไม่รู้จักเธอเลย นี่คือความต่างระหว่างขายบนมาร์เก็ตเพลสกับเว็บร้านตัวเอง

ทีม woowey · อ่าน 10 นาที
คนเดินเลือกของหน้าแผงในตลาด
ภาพ: Jonathan MONCK-MASON / Unsplash

สรุปสั้น

  • มาร์เก็ตเพลสเก่งเรื่องพาคนที่ยังไม่รู้จักร้านมาเจอสินค้า เพราะคนจำนวนมากเริ่มหาของจากช่องค้นหาในแอป
  • ลูกค้าที่ซื้อบนมาร์เก็ตเพลสมักจำชื่อแอปได้มากกว่าชื่อร้าน และกลับไปเริ่มค้นหาใหม่ในรอบถัดไป
  • เว็บร้านตัวเองทำให้ร้านเห็นประวัติการซื้อของลูกค้า ตั้งราคาเอง และส่งข่าวให้ลูกค้าเก่าได้
  • ร้านส่วนใหญ่ควรใช้ทั้งสองทาง มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ เว็บร้านดูแลลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ
  • ค่าธรรมเนียมและกติกาของมาร์เก็ตเพลสเปลี่ยนได้ ควรเช็กจากหน้าของแต่ละแอปโดยตรงเป็นระยะ

คืนวันที่ 11 เดือน 11 ร้านสกินแคร์เล็ก ๆ ร้านหนึ่งบน Shopee ยอดขายพุ่งตั้งแต่เที่ยงคืน เจ้าของร้านกับน้องอีกคนนั่งแพ็กเซรั่มกันถึงตีสาม เป็นคืนที่ออเดอร์เยอะที่สุดตั้งแต่เปิดร้านมา

ระหว่างไล่ปริ้นใบปะหน้า เธอสะดุดชื่อหนึ่ง ลูกค้าคนนี้สั่งเซรั่มตัวเดิมเป็นครั้งที่สามแล้ว และทุกครั้งรอสั่งตอนมีโค้ดลดราคา สิ่งที่ร้านรู้เกี่ยวกับเธอมีแค่ชื่อกับที่อยู่จัดส่ง ไม่รู้ว่าเธอเจอร้านจากไหน ใช้ตัวอื่นของร้านอยู่ไหม และถ้าเดือนหน้าครีมกันแดดตัวใหม่มาถึง เธอจะรู้ก็ต่อเมื่อบังเอิญเลื่อนเจอในแอป

ยอดขายคืนนั้นเป็นของร้านจริง แต่ลูกค้าคนนั้น ร้านยังไม่ได้รู้จักเธอเลย

นี่คือหัวใจของคำถามที่ร้านขายของออนไลน์ถามกันบ่อย ว่าควรขายบนมาร์เก็ตเพลสหรือเปิดเว็บร้านตัวเอง มาร์เก็ตเพลสพายอดขายมาให้ เว็บร้านตัวเองพาลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำมาให้ และร้านส่วนใหญ่ควรมีทั้งสองอย่าง

มาร์เก็ตเพลสเก่งเรื่องพาคนแปลกหน้ามาเจอของของคุณ

คนจำนวนมากเริ่มหาของจากช่องค้นหาในแอปช้อปปิ้ง พิมพ์ว่า "เซรั่มผิวแพ้ง่าย" แล้วเลือกจากที่ขึ้นมา ร้านเล็กที่ยังไม่มีใครรู้จักได้โอกาสอยู่ในหน้าเดียวกับแบรนด์ใหญ่ ซึ่งหาจากที่อื่นได้ยาก

ลูกค้าเองก็กล้าซื้อจากร้านที่ไม่เคยได้ยินชื่อ เพราะเชื่อใจตัวแอป มีรีวิว มีวิธีจ่ายเงินที่คุ้นมือ และมีช่องทางร้องเรียนถ้าของไม่มา ความเชื่อใจแบบนี้ ร้านใหม่ที่สร้างเองต้องใช้เวลานานมาก

เรื่องส่งของก็ง่าย หลายแอปมีขนส่งต่อไว้ให้แล้ว ร้านแพ็กของ ปริ้นใบปะหน้า แล้วรอคนมารับ สำหรับร้านที่เพิ่งเริ่ม นี่คือทางที่เร็วที่สุดจากศูนย์ไปถึงออเดอร์แรก

แต่ลูกค้าบนมาร์เก็ตเพลสมักจำชื่อแอปได้มากกว่าชื่อร้าน

ถามคนที่เพิ่งได้ของจากมาร์เก็ตเพลสว่าซื้อจากร้านไหน หลายคนตอบว่า "ใน Shopee" แล้วนึกชื่อร้านไม่ออก ไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะทุกอย่างในการซื้อครั้งนั้นเป็นหน้าตาของแอป ไม่ใช่ของร้าน

พอถึงรอบซื้อครั้งต่อไป ลูกค้าก็กลับไปที่ช่องค้นหาเหมือนเดิม แล้วเจอร้านอื่นที่ขายของคล้ายกันถูกกว่าสิบบาท ร้านต้องซื้อโฆษณาในแอปหรือลดราคาตามแคมเปญ เพื่อชนะลูกค้าคนเดิมอีกรอบ

ร้านยังต้องเดินตามกติกาที่ไม่ได้เขียนเอง ค่าธรรมเนียมการขาย เงื่อนไขแคมเปญ วิธีจัดอันดับสินค้า เปลี่ยนเมื่อไหร่ร้านก็ต้องปรับตาม ตัวเลขพวกนี้ต่างกันไปตามแอปและช่วงเวลา ควรเปิดดูหน้าค่าธรรมเนียมในบัญชีร้านของตัวเองเป็นระยะ ไม่ใช่จำจากที่เคยได้ยินมา

เว็บร้านตัวเองคือที่ที่ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ

เว็บร้านตัวเองไม่ได้มีคนเดินผ่านเยอะเหมือนมาร์เก็ตเพลส คนที่เข้ามาส่วนใหญ่รู้จักร้านอยู่แล้ว มาจากเพจ จาก LINE จากเพื่อนที่บอกต่อ หรือค้นชื่อร้านตรง ๆ แต่คนกลุ่มนี้แหละคือคนที่ตั้งใจซื้อจากร้านคุณ ไม่ได้แค่หาของที่ถูกที่สุด

บนเว็บของตัวเอง ร้านได้รู้จักลูกค้า เห็นว่าใครซื้ออะไร ซื้อบ่อยแค่ไหน ส่งข่าวสินค้าใหม่หรือคูปองให้คนที่เคยซื้อได้ เล่าเรื่องแบรนด์ได้เต็มหน้า และตั้งราคาเองโดยไม่ต้องอยู่ข้างร้านที่ขายถูกกว่าสิบบาท

ลองคิดเลขแบบสมมติ ลูกค้าคนหนึ่งซื้อเซรั่ม 590 บาททุกสองเดือน ปีหนึ่งคือ 6 ครั้ง 3,540 บาท ถ้าเธอซื้อตรงกับร้าน ร้านไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพื่อแย่งเธอกลับมาทุกรอบ ส่วนที่ไม่ต้องจ่ายนั้นสะสมเป็นกำไรจริงของร้านในแต่ละปี และนี่คือลูกค้าแค่คนเดียว

ขายบนมาร์เก็ตเพลส กับเปิดเว็บร้านตัวเอง ต่างกันตรงไหน

วางเทียบกันจะเห็นว่าแต่ละที่เก่งคนละเรื่อง ไม่มีที่ไหนดีกว่าทุกด้าน

เรื่องมาร์เก็ตเพลสเว็บร้านตัวเอง
หาลูกค้าใหม่ง่าย มีคนค้นหาในแอปอยู่แล้วต้องพาคนมาเองจากเพจ LINE หรือ Google
ความเชื่อใจของคนที่ไม่รู้จักร้านยืมจากชื่อแอปร้านสร้างเองจากรีวิวและหน้าร้าน
รู้จักลูกค้ารู้เท่าที่แอปให้เห็นเห็นประวัติการซื้อของลูกค้าเอง
ราคาและโปรโมชันแข่งกับร้านอื่นในหน้าเดียวกัน และเดินตามแคมเปญของแอปร้านตั้งเอง
ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ และค่าโฆษณาในแอปถ้าอยากขึ้นหน้าแรกค่าเว็บรายเดือนหรือรายปี ไม่ขึ้นลงตามยอดขาย
กติกาแอปเป็นคนกำหนด และเปลี่ยนได้ร้านกำหนดเอง

ร้านส่วนใหญ่ควรใช้ทั้งสองทาง แค่แบ่งหน้าที่ให้ชัด

ร้านที่ไปได้ดีมักไม่ได้เลือกข้าง แต่ให้แต่ละที่ทำงานที่ตัวเองถนัด มาร์เก็ตเพลสเป็นที่ให้คนใหม่ได้ลองของครั้งแรก เว็บร้านตัวเองเป็นบ้านของลูกค้าที่ชอบแล้วอยากกลับมาซื้ออีก

ให้ช่องทางที่ร้านเป็นเจ้าของชี้มาที่เว็บ ลิงก์ในเพจ ใน IG ข้อความต้อนรับใน LINE และลิงก์ในโพสต์สินค้าใหม่ คนที่รู้จักร้านจากช่องทางเหล่านี้ไม่ต้องอ้อมไปซื้อในแอป

ให้เหตุผลที่จะซื้อตรง เช่น ชุดเซ็ตที่มีเฉพาะบนเว็บ คูปองสำหรับลูกค้าเก่า หรือได้ของล็อตใหม่ก่อน ไม่ต้องตัดราคาจนเจ็บ แค่ทำให้การซื้อตรงคุ้มกว่านิดหน่อย

อ่านกติกาของแต่ละแอปก่อน มาร์เก็ตเพลสมีข้อกำหนดว่าร้านทำอะไรได้บ้างกับลูกค้าที่มาจากแอป เช่น สิ่งที่ใส่ในกล่องหรือข้อความในแชท ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากพาลูกค้าที่มาจากช่องทางของร้านเองมาที่เว็บก่อน ปลอดภัยกว่า

อีกเรื่องที่ห้ามลืมคือสต๊อก ของชิ้นเดียวกันที่ขายสองที่ ต้องนับจากกองเดียวกัน ไม่งั้นจะเจอวันที่ขายเกินของที่มี วิธีจัดอยู่ใน ขายหลายช่องทาง จัดสต๊อกยังไงไม่ให้ขายเกิน

เมื่อไหร่ถึงเวลาเปิดเว็บร้านตัวเอง

ถ้าร้านเพิ่งเริ่มและยังไม่รู้ว่าอะไรขายได้ มาร์เก็ตเพลสคือที่ทดลองที่ดี แต่พอเริ่มเห็นชื่อเดิมซ้ำ ๆ ในใบปะหน้า มีคนทักเพจมาถามว่าซื้อตรงได้ไหม หรือรู้สึกว่ากำไรต่อชิ้นบางลงทุกแคมเปญ นั่นคือจังหวะที่ควรมีที่ของตัวเอง ขั้นตอนเริ่มต้นเล่าไว้ใน เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไง

ร้านค้าออนไลน์ที่ทีม woowey ทำให้ มีตะกร้า คูปอง สต๊อก และเก็บรายชื่อลูกค้าไว้ให้ร้านเห็นว่าใครกลับมาซื้อซ้ำ จ่ายเป็นรายเดือน ดูแพ็กได้ที่ หน้าราคา หรือบอกเราว่าตอนนี้ขายอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วเราช่วยดูว่าควรเริ่มตรงไหน

11.11 ปีหน้า ร้านสกินแคร์ร้านนั้นอาจยังแพ็กของถึงตีสามเหมือนเดิม แต่ชื่อที่ซ้ำ ๆ ในใบปะหน้าจะน้อยลง เพราะลูกค้าประจำส่วนหนึ่งย้ายมาสั่งตรงจากเว็บของร้าน ร้านรู้ว่าเธอเป็นใคร ซื้ออะไรไปเมื่อไหร่ และวันที่ครีมกันแดดตัวใหม่มาถึง ร้านบอกเธอได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ขายบน Shopee Lazada กับเปิดเว็บร้านตัวเอง อันไหนดีกว่า

เก่งคนละเรื่อง มาร์เก็ตเพลสเหมาะกับการหาลูกค้าใหม่ที่ยังไม่รู้จักร้าน ส่วนเว็บร้านตัวเองเหมาะกับลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ ร้านส่วนใหญ่จึงใช้ทั้งสองทาง

ร้านเล็กควรเปิดเว็บร้านตัวเองตอนไหน

เมื่อเริ่มมีลูกค้าซื้อซ้ำ มีคนถามว่าซื้อตรงได้ไหม หรือกำไรต่อชิ้นบนมาร์เก็ตเพลสบางลงจากค่าโฆษณาและแคมเปญ ถ้ายังไม่รู้ว่าอะไรขายได้ เริ่มทดลองบนมาร์เก็ตเพลสก่อนได้

ขายบนเว็บตัวเองต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ไหม

ถ้ารับเงินด้วยการโอนเข้าบัญชีร้าน ไม่มีคนกลางหักเปอร์เซ็นต์จากแต่ละออเดอร์ ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าเว็บรายเดือนหรือรายปี ส่วนการรับบัตรผ่านผู้ให้บริการจะมีค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขของแต่ละเจ้า

ชวนลูกค้าจากมาร์เก็ตเพลสมาซื้อบนเว็บร้านได้ไหม

แต่ละแอปมีกติกาเรื่องนี้ต่างกัน ควรอ่านข้อกำหนดของแอปที่ใช้ก่อน ทางที่ปลอดภัยคือพาลูกค้าที่รู้จักร้านจากช่องทางของร้านเอง เช่น เพจ IG LINE มาที่เว็บ

ทีม woowey

ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ

เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ

อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา

พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน

กดเพื่อส่ง หรือลากออกแล้วปล่อย
แม่ค้าออนไลน์เช็กพัสดุกับมือถือข้างแล็ปท็อปและกล่องขายออนไลน์
อ่าน 9 นาที

เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไงให้ลูกค้าสั่งได้โดยไม่ต้องทักมาถาม

ห้าทุ่ม มีคนเจอเสื้อที่ชอบแล้วพิมพ์ถามราคา เช้ามาร้านตอบ แต่เธอซื้อจากร้านอื่นไปแล้ว ร้านออนไลน์ที่อยู่ได้นานต่างจากร้านนี้ตรงเดียว ลูกค้าไม่ต้องทักมาถามก่อนถึงจะสั่งได้

มือถือแสดง QR สำหรับจ่ายเงินขายออนไลน์
อ่าน 8 นาที

รับเงินออนไลน์สำหรับร้านเล็ก: ปัญหาไม่ใช่รับเงินไม่ได้ แต่คือการนั่งเช็กสลิปทีละใบ

เจ็ดโมงเช้าวันเสาร์ เค้กสิบสองก้อนรอแต่งหน้า แต่มือหนึ่งของเจ้าของร้านต้องเลื่อนหาสลิปใน LINE ร้านเล็กส่วนใหญ่รับเงินออนไลน์ได้อยู่แล้ว ที่เหนื่อยคืองานหลังเงินเข้า

ตลาดริมถนนที่คนซื้อขายกันหนาแน่นขายออนไลน์
อ่าน 9 นาที

ขายในแชทไม่ไหวแล้ว: สัญญาณว่าร้านควรมีระบบสั่งซื้อ ก่อนเทศกาลรอบหน้า

คืนก่อนวันวาเลนไทน์ ร้านดอกไม้มีแชทค้างเป็นร้อย บ่ายวันรุ่งขึ้นมีลูกค้าทักมาว่าช่อยังไม่มา ออเดอร์นั้นไม่เคยถูกจดไว้เลย วันแบบนี้คือสัญญาณว่าร้านโตเกินการขายในแชทแล้ว