ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บอกเรา
ขายออนไลน์

เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไงให้ลูกค้าสั่งได้โดยไม่ต้องทักมาถาม

ห้าทุ่ม มีคนเจอเสื้อที่ชอบแล้วพิมพ์ถามราคา เช้ามาร้านตอบ แต่เธอซื้อจากร้านอื่นไปแล้ว ร้านออนไลน์ที่อยู่ได้นานต่างจากร้านนี้ตรงเดียว ลูกค้าไม่ต้องทักมาถามก่อนถึงจะสั่งได้

ทีม woowey · อ่าน 9 นาที
แม่ค้าออนไลน์เช็กพัสดุกับมือถือข้างแล็ปท็อปและกล่อง
ภาพ: Rifki Kurniawan / Unsplash

สรุปสั้น

  • ลูกค้าที่ทักถามราคาพร้อมจ่ายที่สุดตอนที่พิมพ์ถาม และมักหลุดไประหว่างรอคำตอบ
  • หน้าร้านออนไลน์ควรบอกราคา ไซซ์และจำนวนที่เหลือ ค่าส่ง และวิธีจ่ายเงินไว้ครบ ลูกค้าจะสั่งได้โดยไม่ต้องทัก
  • เริ่มร้านค้าออนไลน์จากสินค้าที่คนถามบ่อยที่สุดราว 10 ชิ้น แล้วค่อยเติมตามออเดอร์จริง
  • มาร์เก็ตเพลสช่วยหาลูกค้าใหม่ ส่วนเว็บร้านตัวเองเป็นที่ที่ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ ร้านส่วนใหญ่ใช้ทั้งสองทาง
  • เรื่องรับเงิน ค่าส่ง และสต๊อก ควรวางให้อยู่ในระบบก่อนวันเปิดร้าน ไม่ใช่อยู่ในหัวเจ้าของร้าน

ห้าทุ่มคืนวันอังคาร มีคนเลื่อนเจอเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมในเพจร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง เธอชอบมาก กดดูรูปซ้ำสามรอบ แล้วพิมพ์ใต้โพสต์ว่า "ราคาเท่าไหร่คะ มีไซซ์ M ไหม"

เจ้าของร้านหลับไปแล้ว เพราะแพ็กของมาทั้งวัน เช้าวันพุธเปิดโทรศัพท์มาเจอข้อความแบบเดียวกันอีกสิบกว่าข้อความ ราคาเท่าไหร่ ยังมีไหม ส่งกี่วัน รับโอนไหม เธอตอบครบทุกคนตอนเก้าโมง ได้ออเดอร์กลับมาสามคน

คนที่ถามเรื่องเสื้อลินินไม่ได้ตอบกลับ เธอไม่ได้โกรธร้าน แค่เมื่อคืนเจอเสื้อคล้าย ๆ กันอีกร้านที่กดใส่ตะกร้าแล้วจ่ายได้เลย ก็เลยซื้อตรงนั้นไป

เรื่องนี้เกิดซ้ำทุกวันในร้านที่ขายผ่านโพสต์และแชท และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดตอนคิดจะเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง ร้านออนไลน์ที่อยู่ได้นาน คือร้านที่ลูกค้าสั่งของได้โดยไม่ต้องทักมาถามก่อน

ลูกค้าไม่ได้หายเพราะของแพง แต่หายระหว่างรอคำตอบ

ความอยากได้ของอยู่ได้ไม่นาน ตอนที่คนพิมพ์ถามราคา คือตอนที่เขาพร้อมจ่ายที่สุด ทุกนาทีที่รอคำตอบ ความพร้อมนั้นค่อย ๆ จางลง และร้านอื่นก็อยู่ห่างไปแค่การปัดนิ้วครั้งเดียว

ลองคิดเลขกับร้านสมมติร้านหนึ่ง วันหนึ่งมีคนทักถามราคา 20 คน ถ้าตอบช้าจนหลุดไปแค่ 5 คน ออเดอร์เฉลี่ยคนละ 450 บาท เท่ากับวันละ 2,250 บาท เดือนหนึ่งเกือบ 70,000 บาทที่เดินผ่านหน้าร้านไปเฉย ๆ

เจ้าของร้านไม่ได้ขี้เกียจตอบ แต่คนเดียวทำทุกอย่าง ถ่ายรูป ไลฟ์ แพ็กของ ไปส่งไปรษณีย์ คนที่ทักมาตอนห้าทุ่มก็ต้องรอถึงเช้าอยู่ดี ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตอบเร็วหรือช้า แต่อยู่ที่ลูกค้าต้องรอคำตอบก่อนถึงจะซื้อได้

หน้าร้านออนไลน์ต้องตอบเรื่องที่ลูกค้าเคยต้องทักมาถาม

ลองไล่ดูแชทของร้านย้อนหลังสักสัปดาห์ จะเห็นว่าคำถามซ้ำกันอยู่ไม่กี่เรื่อง หน้าร้านที่ดีคือหน้าที่ตอบเรื่องพวกนี้ไว้ครบก่อนลูกค้าจะต้องถาม

ราคาต้องอยู่บนหน้าเลย คำว่า "ทักแชทสอบถามราคา" เคยเป็นวิธีดึงคนเข้ามาคุย แต่สำหรับคนที่ช้อปตอนดึก มันคือประตูที่ปิดอยู่ หลายคนไม่ทัก แค่เลื่อนผ่านไป

ไซซ์ สี และของที่ยังเหลือ ลูกค้าอยากรู้ว่าไซซ์ M สีครีมยังมีไหม ถ้าหน้าร้านบอกได้เองว่าเหลือกี่ตัว และขึ้นว่าหมดเมื่อหมดจริง คำถามที่เยอะที่สุดในแชทจะหายไปทันที

ส่งยังไง กี่วัน ค่าส่งเท่าไหร่ คนจำนวนมากกดใส่ตะกร้าแล้วทิ้งไปตอนเห็นค่าส่ง บอกให้ชัดตั้งแต่หน้าสินค้า เขาจะตัดสินใจได้ก่อนเสียเวลา

จ่ายเงินยังไง โอนเข้าบัญชีไหน แนบสลิปตรงไหน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าร้านได้รับแล้ว ลูกค้าที่เคยโอนไปแล้วร้านเงียบ จะกังวลเรื่องนี้มากกว่าที่ร้านคิด

เริ่มจากสินค้าขายดีสิบชิ้น ไม่ต้องขนมาทั้งโกดัง

ร้านที่ตั้งใจเปิดเว็บแล้วไม่ได้ไปต่อ หลายร้านติดตั้งแต่ขั้นแรก ตั้งใจจะลงสินค้าให้ครบสองร้อยรายการ ถ่ายรูปใหม่ทุกตัว เขียนคำอธิบายทุกชิ้น ผ่านไปสามเดือนก็ยังไม่ได้เปิด

ทางที่ไปได้ไวกว่าคือเปิดแชทดูว่าเดือนที่แล้วคนถามถึงอะไรบ่อยที่สุด เลือกมาสิบชิ้น ใส่ราคา ไซซ์ จำนวนที่มี กับรูปที่มีอยู่แล้วก็พอ แล้วเริ่มส่งลิงก์ให้คนที่ทักมาถาม แทนการพิมพ์ตอบยาว ๆ

พอเห็นว่าคนกดสั่งเองได้จริง ค่อยเติมสินค้าตัวอื่นตามมาทีละนิด ร้านจะได้เรียนรู้จากออเดอร์จริง ไม่ใช่จากสิ่งที่เดาไว้ตอนเริ่ม

ร้านค้าออนไลน์ของตัวเองไม่ได้มาแทนมาร์เก็ตเพลส

คำถามที่ตามมาเกือบทุกครั้งคือ ขายบน Shopee หรือ Lazada อยู่แล้ว ยังต้องมีเว็บร้านตัวเองไหม คำตอบสั้น ๆ คือสองที่นี้ทำงานคนละแบบ มาร์เก็ตเพลสพาคนแปลกหน้ามาเจอของ ส่วนเว็บร้านตัวเองคือที่ที่ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ เรื่องนี้เล่าละเอียดไว้ใน ขายบนมาร์เก็ตเพลส หรือเปิดเว็บร้านตัวเอง

สิ่งที่ร้านส่วนใหญ่ทำได้เลยคือ ให้ช่องทางที่ร้านมีอยู่แล้ว ทั้งเพจ IG และ LINE ชี้มาที่หน้าร้านของตัวเอง คนที่รู้จักร้านอยู่แล้วจะได้มีที่สั่งของโดยไม่ต้องรอใครตอบ

เงิน ค่าส่ง และสต๊อก ต้องคิดไว้ก่อนวันเปิดร้าน

เรื่องที่ทำให้ร้านเปิดใหม่ปวดหัวในเดือนแรก ไม่ค่อยใช่หน้าตาเว็บ แต่เป็นงานหลังบ้านที่เจ้าของร้านเคยทำในหัวตอนขายในแชท

การรับเงิน ร้านเล็กส่วนใหญ่เริ่มจากให้ลูกค้าโอนแล้วแนบสลิป ซึ่งใช้ได้ดี ปัญหาจริงเริ่มตอนออเดอร์เยอะแล้วต้องนั่งจับคู่สลิปกับออเดอร์ทีละใบ อ่านต่อได้ที่ รับเงินออนไลน์สำหรับร้านเล็ก มีวิธีไหนบ้าง

ค่าส่ง ตั้งค่าส่งเหมาไว้ 40 บาทเพราะเห็นร้านอื่นตั้ง แต่ของในร้านต้องใช้กล่องใหญ่ ส่วนต่างนี้จะกินกำไรไปทีละออเดอร์โดยไม่มีใครเห็น วิธีคิดตัวเลขอยู่ใน ตั้งค่าส่งยังไงไม่ให้ขาดทุน

สต๊อก ตอนขายในแชท เจ้าของร้านจำได้ว่าเหลือกี่ตัว แต่พอลูกค้าสั่งเองได้ ตัวเลขนั้นต้องอยู่ในระบบ ไม่ใช่ในหัว ไม่งั้นจะขายของที่ไม่มีอยู่จริง ถ้าขายหลายที่พร้อมกัน อ่าน ขายหลายช่องทาง จัดสต๊อกยังไงไม่ให้ขายเกิน

แชทยังสำคัญ แต่ไม่ควรเป็นทางเดียวที่ลูกค้าจะซื้อได้

เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเองแล้วไม่ได้แปลว่าต้องปิดแชท ลูกค้าบางคนยังอยากถามว่าผ้าบางไหม ใส่แล้วร้อนหรือเปล่า คำถามแบบนี้คือบทสนทนาที่ช่วยขายจริง และเจ้าของร้านจะมีเวลาตอบมากขึ้น เพราะไม่ต้องพิมพ์ราคาซ้ำเป็นครั้งที่ห้าสิบของวัน

ถ้าวันไหนแชทเยอะจนออเดอร์เริ่มตกหล่น นั่นคือสัญญาณที่ชัดที่สุดว่าร้านโตเกินการขายในแชทแล้ว เล่าไว้ใน ขายในแชทไม่ไหวแล้ว เมื่อไหร่ควรมีระบบสั่งซื้อ

ร้านค้าออนไลน์ที่ทีม woowey ทำให้ มีหน้าสินค้า ตะกร้า คูปอง สต๊อก และใส่เลขพัสดุให้ลูกค้าตามของเองได้ เจ้าของร้านแก้ราคาและรูปเองได้ ส่วนการทำร้านและดูแลต่อเป็นงานของเรา บอกมาแค่ว่าขายอะไร ที่เหลือเราจัดการให้

ห้าทุ่มคืนวันอังคารครั้งหน้า คนที่เจอเสื้อลินินสีครีมจะเห็นราคา เห็นว่าไซซ์ M เหลือสองตัว กดสั่ง แนบสลิป แล้ววางโทรศัพท์นอน ส่วนเจ้าของร้านตื่นมาเจอออเดอร์ แทนที่จะเจอคำถาม

คำถามที่พบบ่อย

เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเองต้องเริ่มจากอะไร

เลือกสินค้าที่ขายดีหรือถูกถามบ่อยที่สุดราว 10 ชิ้น ใส่ราคา ไซซ์ จำนวนที่มี ค่าส่ง และวิธีจ่ายเงินให้ครบ แล้วส่งลิงก์หน้าร้านให้ลูกค้าที่ทักมา ค่อยเติมสินค้าตามที่ขายได้จริง

มีเพจ Facebook หรือ IG แล้ว ต้องมีเว็บร้านค้าไหม

ถ้าลูกค้าต้องทักมาถามทุกครั้งก่อนซื้อ เว็บร้านค้าช่วยให้เขาสั่งเองได้ตอนที่ร้านไม่ว่างตอบ เพจยังใช้หาคนและคุยต่อได้ แค่ให้ลิงก์ในเพจชี้ไปที่หน้าร้าน

ขายบน Shopee อยู่แล้ว ยังต้องมีเว็บร้านตัวเองไหม

ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มาร์เก็ตเพลสเหมาะกับการหาลูกค้าใหม่ ส่วนเว็บร้านตัวเองเหมาะกับลูกค้าเก่าที่อยากซื้อซ้ำ ร้านส่วนใหญ่ใช้ทั้งสองทาง

ร้านเล็กควรรับเงินช่องทางไหน

ส่วนใหญ่เริ่มจากโอนแล้วแนบสลิป เพราะลูกค้าคุ้นและไม่มีคนกลางหักเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ควรทำคือให้สลิปผูกกับออเดอร์ และเช็กยอดเข้าในแอปธนาคารทุกครั้งก่อนส่งของ

ทีม woowey

ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ

เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ

อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา

พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน

กดเพื่อส่ง หรือลากออกแล้วปล่อย
คลังสินค้าที่มีชั้นวางและกล่องเต็มขายออนไลน์
อ่าน 8 นาที

ขายหลายช่องทาง จัดสต๊อกยังไงไม่ให้ขายเกิน: ขายของที่ไม่มี แย่กว่าขายไม่ได้

เช้าวันเสาร์ ชิ้นสุดท้ายขายไปที่หน้าร้าน สามทุ่มคืนนั้นมีคนกดสั่งชิ้นเดียวกันใน Shopee ร้านต้องยกเลิก แล้วได้รีวิวหนึ่งดาวกลับมา ขายของที่ไม่มีอยู่จริง แย่กว่าขายไม่ได้

คนเดินเลือกของหน้าแผงในตลาดขายออนไลน์
อ่าน 10 นาที

ขายบนมาร์เก็ตเพลส หรือเปิดเว็บร้านตัวเอง: ที่หนึ่งให้ยอดขาย อีกที่ให้ลูกค้าที่กลับมา

คืน 11.11 ร้านสกินแคร์แพ็กของถึงตีสาม แล้วเจอชื่อลูกค้าที่สั่งเซรั่มเป็นครั้งที่สาม ร้านขายให้เธอได้ แต่ยังไม่รู้จักเธอเลย นี่คือความต่างระหว่างขายบนมาร์เก็ตเพลสกับเว็บร้านตัวเอง

มือถือแสดง QR สำหรับจ่ายเงินขายออนไลน์
อ่าน 8 นาที

รับเงินออนไลน์สำหรับร้านเล็ก: ปัญหาไม่ใช่รับเงินไม่ได้ แต่คือการนั่งเช็กสลิปทีละใบ

เจ็ดโมงเช้าวันเสาร์ เค้กสิบสองก้อนรอแต่งหน้า แต่มือหนึ่งของเจ้าของร้านต้องเลื่อนหาสลิปใน LINE ร้านเล็กส่วนใหญ่รับเงินออนไลน์ได้อยู่แล้ว ที่เหนื่อยคืองานหลังเงินเข้า