ขายหลายช่องทาง จัดสต๊อกยังไงไม่ให้ขายเกิน: ขายของที่ไม่มี แย่กว่าขายไม่ได้
เช้าวันเสาร์ ชิ้นสุดท้ายขายไปที่หน้าร้าน สามทุ่มคืนนั้นมีคนกดสั่งชิ้นเดียวกันใน Shopee ร้านต้องยกเลิก แล้วได้รีวิวหนึ่งดาวกลับมา ขายของที่ไม่มีอยู่จริง แย่กว่าขายไม่ได้

สรุปสั้น
- ขายเกินสต๊อกแล้วต้องยกเลิก ร้านเสียทั้งลูกค้า รีวิว และเวลาคืนเงิน มากกว่ายอดขายหนึ่งชิ้นที่พลาดไป
- สต๊อกเพี้ยนเพราะของกองเดียวกันถูกนับซ้ำในทุกช่องทาง และแต่ละช่องทางไม่รู้ว่าอีกที่ขายไปแล้ว
- ตัวเลขสต๊อกจริงควรอยู่ที่เดียว ทุกครั้งที่ขายจากช่องทางไหนก็ตัดที่นั่นก่อน แล้วค่อยแก้ช่องทางอื่นให้ตรง
- กันของไว้ส่วนหนึ่ง ให้ช่องทางที่ยกเลิกแล้วเสียหายที่สุดเห็นจำนวนต่ำกว่าจริง
- สินค้าที่ทำตามสั่ง บอกเวลาผลิตให้ชัดแทนการโชว์ว่ามีของพร้อมส่ง
ร้านทำอะไหล่มอเตอร์ไซค์แต่งร้านหนึ่งอยู่ในห้องแถวชั้นล่าง ด้านหน้าเป็นตู้โชว์ ด้านหลังเป็นเครื่องกลึง เจ้าของร้านกลึงชิ้นงานเองทุกชิ้น ขายทั้งหน้าร้าน ในเพจ บน Shopee และบนเว็บของร้าน
เช้าวันเสาร์ ลูกค้าขาประจำแวะมาซื้อการ์ดปั๊มชิ้นสุดท้ายในตู้ จ่ายเงินสด ถือกลับไปเลย เจ้าของร้านยิ้ม แล้วกลับไปทำงานที่เครื่องกลึงต่อ
สามทุ่มคืนนั้น มีออเดอร์การ์ดปั๊มตัวเดียวกันเข้ามาใน Shopee หน้าร้านในแอปยังขึ้นว่ามีหนึ่งชิ้น เพราะไม่มีใครเข้าไปแก้ ลูกค้าคนนั้นจ่ายเงินแล้ว รอของ สองวันต่อมาได้ข้อความว่าร้านขอยกเลิก
เขาให้หนึ่งดาว พร้อมคำว่า "ไม่มีของจะเปิดขายทำไม" รีวิวนั้นยังอยู่ตรงนั้นทุกครั้งที่มีคนใหม่เข้ามาดูร้าน ร้านที่ขายหลายช่องทางเกือบทุกร้านเคยเจอแบบนี้ และมันสอนเรื่องเดียวกันเสมอ ขายของที่ไม่มีอยู่จริง แย่กว่าขายไม่ได้
ขายเกินสต๊อกเสียมากกว่ายอดขายหนึ่งชิ้น
ถ้าคืนนั้นในแอปขึ้นว่าของหมด ลูกค้าคนนั้นอาจกดติดตามร้านไว้ หรือทักมาถามว่าจะมีอีกเมื่อไหร่ ร้านเสียยอดขายไปหนึ่งชิ้น แค่นั้น
แต่พอขายไปแล้วต้องยกเลิก ร้านเสียหลายอย่างพร้อมกัน เสียลูกค้าคนนั้น เสียรีวิวที่คนใหม่จะเห็น เสียเวลาคืนเงินและตอบแชท และมาร์เก็ตเพลสหลายแห่งนับการยกเลิกโดยร้านเป็นคะแนนติดลบ ซึ่งอาจกระทบการมองเห็นร้านในแอปด้วย
ลองคิดแบบสมมติ ร้านขายเกินเดือนละ 4 ครั้ง ปีหนึ่งคือ 48 คนที่ได้ประสบการณ์แย่ที่สุดที่ร้านให้ได้ คือจ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ สำหรับคนที่กำลังเลือกร้าน ร้านเล็กที่ไม่เคยยกเลิกออเดอร์เลย ดูน่าซื้อกว่าร้านที่ของเยอะกว่าแต่ยกเลิกบ่อย
สต๊อกเพี้ยนเพราะแต่ละช่องทางนับของกองเดียวกันซ้ำ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เจ้าของร้านความจำไม่ดี แต่อยู่ที่ของห้าชิ้นในตู้ถูกนับเป็นห้าชิ้นในทุกช่องทางพร้อมกัน Shopee คิดว่ามีห้า เว็บคิดว่ามีห้า เพจไม่ได้นับเลยเพราะขายผ่านแชท และหน้าร้านขายไปโดยไม่ได้บอกใคร
ตอนขายไม่เยอะ ช่องว่างนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะเจ้าของร้านแก้ตัวเลขทันเกือบทุกครั้ง แต่วันที่ยุ่งที่สุดคือวันที่ลืมแก้ และของชิ้นสุดท้ายมักขายหมดในวันที่ยุ่งนั่นแหละ
ให้ตัวเลขสต๊อกจริงมีที่เดียว แล้วช่องทางอื่นตามจากตรงนั้น
ร้านที่ไม่ค่อยขายเกินมักมีกฎข้อเดียวที่ทุกคนในร้านรู้ ตัวเลขจริงอยู่ที่ที่หนึ่งเท่านั้น อาจเป็นหลังร้านของเว็บ หรือแม้แต่ตารางในโทรศัพท์ ของออกจากร้านทางไหนก็ตาม ต้องตัดตัวเลขที่นั่นก่อน แล้วค่อยไปแก้ช่องทางอื่นให้ตรง
เว็บร้านตัวเองเหมาะจะเป็นตัวเลขหลัก เพราะร้านคุมเองทั้งหมด ลูกค้าสั่งบนเว็บ สต๊อกก็ตัดเอง ขายหน้าร้านหรือในแชท ก็เข้าไปตัดที่เดียวกัน แล้วอัปเดตมาร์เก็ตเพลสตามเป็นรอบ ถ้ายังไม่มีเว็บร้าน เริ่มได้จาก เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไง
ร้านที่ขายเยอะมากบางร้านใช้ระบบที่เชื่อมสต๊อกกับมาร์เก็ตเพลสให้อัปเดตเอง ซึ่งช่วยได้มาก แต่กฎเดิมยังใช้อยู่ ต้องมีที่เดียวที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นตัวเลขจริง
กันของไว้ส่วนหนึ่ง ให้ช่องทางที่ยกเลิกแล้วเจ็บที่สุดเห็นตัวเลขต่ำกว่าจริง
วิธีที่ร้านเล็กใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีระบบใหม่ คือไม่โชว์สต๊อกทั้งหมดในทุกช่องทาง สมมติมีการ์ดปั๊ม 10 ชิ้น อาจโชว์บน Shopee แค่ 7 ชิ้น อีก 3 ชิ้นกันไว้ให้หน้าร้านและลูกค้าประจำ
ให้ช่องทางที่ยกเลิกแล้วเสียหายที่สุดเห็นตัวเลขต่ำกว่าจริง ส่วนใหญ่คือมาร์เก็ตเพลส เพราะมีทั้งรีวิวและคะแนนของร้าน ส่วนหน้าร้านกับแชท ถ้าของหมดยังบอกลูกค้าตรง ๆ ได้ทันที ไม่มีใครต้องจ่ายเงินไปก่อน
พอของเหลือน้อยถึงจุดหนึ่ง เช่น เหลือ 2 ชิ้น ให้ปิดการขายบนมาร์เก็ตเพลสไปก่อน แล้วขายชิ้นสุดท้ายในช่องทางที่คุยกับลูกค้าได้ ดีกว่าปล่อยให้สองช่องทางแย่งของชิ้นเดียวกัน ส่วนจะแบ่งหน้าที่ระหว่างมาร์เก็ตเพลสกับเว็บร้านยังไง อ่านได้ใน ขายบนมาร์เก็ตเพลส หรือเปิดเว็บร้านตัวเอง
นับของจริงเป็นรอบ ไม่ต้องรอให้ของขาดแล้วค่อยนับ
ตัวเลขในระบบดีแค่ไหนก็เพี้ยนได้ ของตกพื้นเสียหาย ของที่หยิบไปโชว์แล้วไม่ได้คืนตู้ ลูกค้าเปลี่ยนรุ่น ร้านที่สต๊อกตรงไม่ได้นับทุกวัน แต่นับเป็นรอบ เช่น สินค้าขายดีนับทุกสัปดาห์ ที่เหลือนับเดือนละครั้ง แล้วแก้ตัวเลขในที่เดียวที่เป็นตัวเลขจริง
เวลานับ ให้ดูด้วยว่าตัวไหนเพี้ยนบ่อย มักบอกได้ว่ารูรั่วอยู่ตรงไหน ถ้าเพี้ยนเฉพาะของที่ขายหน้าร้าน แปลว่าการตัดสต๊อกตอนขายหน้าร้านยังไม่เป็นนิสัย
ของที่ทำตามสั่ง บอกเวลาผลิตแทนการโชว์ว่ามีของ
สำหรับร้านที่ผลิตเองอย่างร้านกลึง มีอีกทางที่ใช้ได้ดี คือแยกสินค้าเป็นสองแบบ แบบพร้อมส่งที่โชว์จำนวนจริง กับแบบสั่งทำที่ไม่ต้องนับสต๊อก แต่บอกให้ชัดว่าใช้เวลาผลิตกี่วัน
ลูกค้าที่รอได้จะกดแบบสั่งทำ ลูกค้าที่รีบจะเลือกของพร้อมส่ง ทั้งสองคนรู้ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงินว่าจะได้ของเมื่อไหร่ ไม่มีใครต้องเจอข้อความขอยกเลิก
ร้านค้าออนไลน์ที่ทีม woowey ทำให้ ตัดสต๊อกเองเมื่อลูกค้าสั่งบนเว็บ และเจ้าของร้านเข้าไปแก้จำนวนเองได้เมื่อขายจากหน้าร้านหรือช่องทางอื่น ถ้าอยากให้เว็บของร้านเป็นที่เก็บตัวเลขสต๊อกจริง บอกเราว่าตอนนี้ขายอยู่กี่ช่องทาง
ร้านกลึงร้านนั้นยังขายการ์ดปั๊มชิ้นสุดท้ายให้ลูกค้าขาประจำที่หน้าร้านได้เหมือนเดิม ต่างกันแค่คราวนี้ Shopee ปิดการขายรุ่นนี้ไปตั้งแต่เหลือสองชิ้น คนที่เข้ามาดูตอนสามทุ่มเห็นว่าสั่งทำได้ รอเจ็ดวัน เขากดสั่ง และวันจันทร์ไม่มีรีวิวหนึ่งดาวรออยู่
คำถามที่พบบ่อย
ขายหลายช่องทาง จะกันขายเกินสต๊อกยังไง
ให้ตัวเลขสต๊อกจริงอยู่ที่เดียว ขายจากช่องทางไหนก็ตัดที่นั่นก่อน แล้วอัปเดตช่องทางอื่นตาม และกันของไว้ส่วนหนึ่ง โดยให้มาร์เก็ตเพลสเห็นจำนวนต่ำกว่าของที่มีจริง
ขายเกินสต๊อกบนมาร์เก็ตเพลสแล้วต้องยกเลิก เสียอะไรบ้าง
เสียลูกค้าคนนั้น อาจได้รีวิวแย่ เสียเวลาคืนเงิน และมาร์เก็ตเพลสหลายแห่งนับการยกเลิกโดยร้านเป็นคะแนนติดลบ ซึ่งอาจกระทบการมองเห็นร้าน ควรเช็กกติกาของแอปที่ใช้โดยตรง
ควรนับสต๊อกบ่อยแค่ไหน
นับเป็นรอบ สินค้าขายดีนับทุกสัปดาห์ สินค้าอื่นนับเดือนละครั้ง แล้วแก้ตัวเลขในที่เดียวที่ใช้เป็นตัวเลขจริง
สินค้าทำตามสั่งต้องตั้งสต๊อกไหม
ไม่ต้องโชว์ว่ามีของพร้อมส่ง ให้แยกเป็นสินค้าสั่งทำ และบอกเวลาผลิตให้ชัดก่อนลูกค้าจ่ายเงิน ลูกค้าจะรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะได้ของเมื่อไหร่
ทีม woowey
ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ
เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ
อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา
พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน
อ่านต่อ
ขายออนไลน์เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไงให้ลูกค้าสั่งได้โดยไม่ต้องทักมาถาม
ห้าทุ่ม มีคนเจอเสื้อที่ชอบแล้วพิมพ์ถามราคา เช้ามาร้านตอบ แต่เธอซื้อจากร้านอื่นไปแล้ว ร้านออนไลน์ที่อยู่ได้นานต่างจากร้านนี้ตรงเดียว ลูกค้าไม่ต้องทักมาถามก่อนถึงจะสั่งได้
ขายออนไลน์ขายบนมาร์เก็ตเพลส หรือเปิดเว็บร้านตัวเอง: ที่หนึ่งให้ยอดขาย อีกที่ให้ลูกค้าที่กลับมา
คืน 11.11 ร้านสกินแคร์แพ็กของถึงตีสาม แล้วเจอชื่อลูกค้าที่สั่งเซรั่มเป็นครั้งที่สาม ร้านขายให้เธอได้ แต่ยังไม่รู้จักเธอเลย นี่คือความต่างระหว่างขายบนมาร์เก็ตเพลสกับเว็บร้านตัวเอง
ขายออนไลน์รับเงินออนไลน์สำหรับร้านเล็ก: ปัญหาไม่ใช่รับเงินไม่ได้ แต่คือการนั่งเช็กสลิปทีละใบ
เจ็ดโมงเช้าวันเสาร์ เค้กสิบสองก้อนรอแต่งหน้า แต่มือหนึ่งของเจ้าของร้านต้องเลื่อนหาสลิปใน LINE ร้านเล็กส่วนใหญ่รับเงินออนไลน์ได้อยู่แล้ว ที่เหนื่อยคืองานหลังเงินเข้า