ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บอกเรา
ระบบหลังร้าน

ลูกค้าจองคิวแล้วไม่มา: คิวว่างที่ร้านเสียเงินไปโดยไม่รู้ตัว

บ่ายสองวันเสาร์ คิวที่ดีที่สุดของสัปดาห์ ลูกค้าไม่มา ไม่ทัก เรื่องที่ร้านรับนัดแทบทุกร้านเคยเจอ ทำไมมันเกิด เงินหายไปเท่าไหร่ และร้านที่ไม่ค่อยเจอปัญหานี้ทำอะไรต่างออกไป

ทีม woowey · อ่าน 7 นาที
ลูกค้านั่งดูโทรศัพท์อยู่ในร้านเสริมสวย
ภาพ: Muhammad-Taha Ibrahim / Unsplash

สรุปสั้น

  • ลูกค้าที่จองแล้วไม่มาส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจเบี้ยว แต่ลืม เกรงใจไม่กล้าขอเลื่อน หรือจำวันเวลาผิด
  • คิวหายวันละ 2 คิว คิวละ 500 บาท เท่ากับรายได้ที่ไม่ได้เข้าร้านราว 26,000 บาทต่อเดือน
  • สรุปนัดเป็นข้อความเดียวทันทีที่จอง แล้วเตือนทาง LINE หนึ่งวันก่อนและไม่กี่ชั่วโมงก่อนนัด
  • ให้ลูกค้ากดเลื่อนนัดเองได้ คิวที่ว่างจะกลับมาให้คนอื่นจองก่อนถึงเวลา
  • เก็บมัดจำเฉพาะคิวที่เสียแล้วเจ็บจริง และบอกกติกาให้ชัดตั้งแต่ตอนจอง

บ่ายสองโมงวันเสาร์ เป็นคิวที่ร้านนวดส่วนใหญ่อยากได้ที่สุดของสัปดาห์ ห้องเตรียมไว้แล้ว ผ้าขนหนูพับวางรอ หมอนวดนั่งดูนาฬิกา

บ่ายสองห้านาที ยังไม่มา บ่ายสองสิบห้า เจ้าของร้านทัก LINE ไป ข้อความขึ้นว่าส่งแล้ว แต่ไม่มีใครอ่าน โทรไปก็ไม่รับ พอบ่ายสามก็รู้แล้วว่าคิวนี้หายไปทั้งคิว

ที่เจ็บกว่านั้นคือเมื่อวาน มีลูกค้าอีกคนทักมาขอเวลานี้พอดี แล้วร้านตอบไปว่า "เต็มแล้วค่ะ"

ทุกครั้งที่คุยกับร้านที่รับงานตามนัด ร้านนวด คลินิก ร้านทำผม ร้านทำเล็บ เรื่องนี้แทบจะโผล่มาเสมอ และคำถามที่ตามมาก็เหมือนกันทุกร้าน ทำยังไงให้ลูกค้าที่จองแล้วมาจริง

ลูกค้าที่จองแล้วไม่มา ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจเบี้ยว

ความรู้สึกแรกของเจ้าของร้านมักเป็นความโกรธ แต่ถ้าได้คุยกับลูกค้าที่หายไปทีหลัง คำตอบส่วนใหญ่ธรรมดากว่าที่คิดมาก

"ลืมไปเลยค่ะ จองไว้ตั้งแต่วันจันทร์" "ติดงานด่วน จะทักไปบอกก็เกรงใจ" "นึกว่าจองวันอาทิตย์" คำตอบที่ร้านได้ยินบ่อย ๆ มีอยู่ไม่กี่แบบนี้

มีส่วนน้อยที่จองไว้หลายร้านแล้วเลือกไปร้านที่สะดวกกว่า แต่ส่วนใหญ่คือลืม เกรงใจ หรือจำผิด ซึ่งแก้ได้ด้วยวิธีทำงานของร้านเอง ไม่ต้องไปเปลี่ยนนิสัยลูกค้า

คิวว่างหนึ่งคิว แพงกว่าที่เห็น

ลองคิดเลขกับร้านนวดสมมติร้านหนึ่ง คิดคิวละ 500 บาท วันหนึ่งมีคนจองแล้วไม่มาแค่ 2 คิว เปิดร้าน 26 วันต่อเดือน

2 คิว × 500 บาท × 26 วัน = 26,000 บาทต่อเดือน

ตัวเลขนี้ไม่เคยโผล่ในบัญชีของร้าน เพราะมันคือเงินที่ไม่ได้เข้ามา ไม่ใช่เงินที่จ่ายออกไป เจ้าของร้านเลยไม่ค่อยเห็นมันชัด ๆ และยังไม่ได้นับเวลาที่หมอนวดนั่งรอ กับลูกค้าที่ร้านปฏิเสธไปเพราะคิดว่าคิวเต็ม

หมอนวดกำลังนวดลูกค้าบนเตียงนวด
คิวที่ลูกค้ามาตามนัด คือรายได้ที่ร้านวางแผนไว้ทั้งวัน · ภาพ: woowey

ร้านที่ไม่ค่อยเจอลูกค้าเบี้ยวนัด ทำอะไรต่างออกไป

ร้านที่ไม่ค่อยมีปัญหานี้ ไม่ได้มีลูกค้าที่ดีกว่าร้านอื่น เขาแค่ทำเรื่องเล็ก ๆ สามเรื่องอย่างสม่ำเสมอ

เขาสรุปนัดให้ทุกครั้ง ลูกค้าจองผ่านแชทแล้วร้านไม่ได้ตอบแค่ "ได้ค่ะ" แต่ส่งข้อความเดียวที่มีครบว่า วันไหน กี่โมง บริการอะไร กับใคร ลูกค้าไม่ต้องจำเอง และถ้าจำวันผิด จะรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้น

เขาเตือนก่อนถึงวัน ส่งข้อความหนึ่งวันก่อนนัด ให้คนที่ติดธุระยังมีเวลาเลื่อน และอีกครั้งสองสามชั่วโมงก่อนเวลา สำหรับคนที่ลืมจริง ๆ ส่งทาง LINE เพราะเป็นแอปที่ลูกค้าคนไทยเปิดทุกวัน ไม่ใช่อีเมลที่ไม่มีใครเปิด

เขาทำให้การเลื่อนนัดง่ายกว่าการหายไป ข้อนี้สำคัญที่สุด ลูกค้าที่เกรงใจจะไม่ทักมาขอเลื่อน แต่ถ้าในข้อความเตือนมีปุ่มให้กดเลื่อนเองได้ เขาจะกด และร้านได้คิวนั้นกลับมาเปิดให้คนอื่นจองก่อนถึงเวลา ไม่ใช่มารู้ตัวตอนบ่ายสาม

ตัวอย่างข้อความ: สรุปนัดทันทีที่จอง แล้วเตือนหนึ่งวันก่อน พร้อมปุ่มให้เลื่อนเอง ลูกค้าเลื่อน ไม่ได้หายไป

มัดจำช่วยได้ แต่อย่าเก็บทุกคิว

หลายร้านแก้ปัญหาด้วยการเก็บมัดจำทุกคิว ได้ผลกับคนที่จองเผื่อไว้หลายร้าน แต่ก็ทำให้ลูกค้าใหม่บางคนลังเลจนไม่จองเลย

ร้านที่ใช้มัดจำได้ดีมักเก็บเฉพาะคิวที่เสียแล้วเจ็บจริง เช่น ทรีตเมนต์สองชั่วโมง คิวเย็นวันศุกร์ หรือบริการที่ต้องเตรียมของล่วงหน้า แล้วเขียนกติกาให้เห็นตั้งแต่ตอนจอง เลื่อนได้ถ้าแจ้งก่อน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่มาโดยไม่บอก มัดจำไม่คืน พอกติกาชัดตั้งแต่ต้น ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยอมรับ

คิวที่ว่างกะทันหัน เติมได้ถ้ามีรายชื่อรอ

อีกเรื่องที่ร้านมักมองข้ามคือรายชื่อลูกค้าที่อยากได้คิวเร็วกว่าเดิม เวลามีคนยกเลิก ร้านที่มีรายชื่อนี้ทักไปถามได้ทันที คิวก็ไม่หายเปล่า

ถ้าจดไว้ด้วยว่าใครไม่มาบ่อย ครั้งหน้าก็ขอมัดจำหรือยืนยันซ้ำเฉพาะคนนั้นได้ ไม่ต้องเหมารวมลูกค้าดี ๆ ทั้งร้าน

เมื่อไหร่ควรเลิกทักเตือนลูกค้าเอง

ถ้าแต่ละวันร้านมีนัดไม่กี่คิว ทุกอย่างข้างบนทำด้วยมือได้ ตั้งเตือนในโทรศัพท์ แล้วทักลูกค้าทีละคน

แต่พอมีนัดเกินวันละ 15-20 คิว หรือมีหมอนวดหลายคน หลายสาขา การทักทีละคนจะกินเวลาหน้าร้านไปเป็นชั่วโมง และวันที่ร้านยุ่งที่สุดก็มักเป็นวันที่ลืมทักมากที่สุด ตรงนั้นแหละที่ควรให้ระบบจองคิวทำแทน ยืนยันนัดให้ เตือนนัดทาง LINE ให้ และให้ลูกค้าเลื่อนเองได้ โดยไม่ต้องมีใครนั่งตอบ

บ่ายสองวันเสาร์ครั้งหน้า อาจยังมีคนเลื่อนนัดอยู่ดี แต่อย่างน้อยร้านจะรู้ตั้งแต่เมื่อวาน และลูกค้าอีกคนที่อยากได้เวลานั้นจะได้มันไป

คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าจองแล้วไม่มา ร้านควรทำยังไง

ทักไปถามอย่างสุภาพว่าสะดวกเลื่อนเป็นวันไหน แทนการต่อว่า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ลืมหรือติดธุระ ถ้าเกิดซ้ำกับลูกค้าคนเดิม ครั้งต่อไปค่อยขอมัดจำหรือยืนยันนัดซ้ำก่อนถึงวัน

ควรเตือนนัดลูกค้าล่วงหน้ากี่ชั่วโมง

เตือน 2 รอบได้ผลดีที่สุด คือ 1 วันก่อนนัด ให้ลูกค้ามีเวลาเลื่อน และ 2-3 ชั่วโมงก่อนนัด สำหรับคนที่ลืม

ควรเก็บมัดจำทุกคิวไหม

ไม่จำเป็น เก็บเฉพาะบริการที่ใช้เวลานาน ราคาสูง หรือช่วงเวลาที่คนแย่งกัน และบอกกติกาการเลื่อนและการคืนมัดจำให้ชัดตั้งแต่ตอนจอง

ระบบจองคิวช่วยลดลูกค้าไม่มาได้ยังไง

ระบบจองคิวส่งข้อความยืนยันทันทีที่จอง เตือนก่อนถึงนัดเอง และให้ลูกค้ากดเลื่อนหรือยกเลิกได้ด้วยตัวเอง คิวที่ว่างจะกลับมาให้คนอื่นจองได้ทันที ร้านไม่ต้องคอยทักทีละคน

ทีม woowey

ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ

เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ

อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา

พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน

กดเพื่อส่ง หรือลากออกแล้วปล่อย
ลูกค้าจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ร้าน พนักงานยิ้มรับระบบหลังร้าน
อ่าน 10 นาที

ควรเก็บมัดจำตอนลูกค้าจองคิวไหม: มัดจำคือข้อตกลง ไม่ใช่บทลงโทษ

ห้าทุ่มคืนวันอาทิตย์ หลังลูกค้าเบี้ยวนัดเป็นรายที่สามของสัปดาห์ เจ้าของร้านพิมพ์ประกาศเก็บมัดจำทุกคิว ประกาศนั้นแก้ปัญหาได้ แต่ก็สร้างปัญหาใหม่ที่หลายร้านไม่ทันคิด

ห้องนวดที่จัดเตียงไว้รอลูกค้าระบบหลังร้าน
อ่าน 9 นาที

ระบบจองคิวออนไลน์ เลือกยังไง: ต้องคิดแบบร้าน ไม่ใช่แบบปฏิทิน

ศุกร์หนึ่งทุ่ม ลูกค้าสองคนจองนวดน้ำมันเวลาเดียวกัน ระบบรับทั้งคู่ แต่ร้านเหลือหมอนวดน้ำมันว่างอยู่คนเดียว ระบบจองคิวที่ดีต้องรู้เรื่องแบบนี้ และนี่คือวิธีดูว่าระบบไหนรู้

คนนั่งเครียดหน้าแล็ปท็อปในออฟฟิศระบบหลังร้าน
อ่าน 9 นาที

ระบบหลังร้านสำหรับธุรกิจบริการ: วันที่ทุกคำถามต้องรอเจ้าของคนเดียว

สองทุ่ม เจ้าของร้านเพิ่งได้นั่งกินข้าว แต่โทรศัพท์สั่นไม่หยุด เพราะทุกคำถามในร้านต้องรอคนคนเดียวตอบ วันนั้นแหละคือวันที่ร้านต้องมีระบบหลังร้าน และนี่คือวิธีเริ่มทีละเรื่อง