ตั้งค่าส่งยังไงไม่ให้ขาดทุน: ค่าส่งที่ตั้งผิดกินกำไรทีละออเดอร์
สิ้นเดือน ร้านของที่ระลึกนั่งเทียบใบเสร็จขนส่งกับค่าส่งที่เก็บจากลูกค้า แล้วพบว่าขาดเกือบทุกกล่อง กล่องละไม่กี่สิบบาท ไม่มีออเดอร์ไหนสะดุดตา แต่รวมกันแล้วไม่น้อย

สรุปสั้น
- ค่าส่งที่ร้านเก็บจากลูกค้ามักไม่เท่ากับที่จ่ายจริง เพราะตั้งครั้งเดียวตอนเปิดร้านแล้วไม่ได้กลับไปดู
- ต้นทุนส่งต่อกล่องต้องรวมค่ากล่อง วัสดุกันกระแทก และเผื่อของเสียหายหรือตีกลับ ไม่ใช่แค่ค่าขนส่ง
- ขนส่งหลายเจ้าคิดราคาจากขนาดกล่องด้วย ของเบาแต่ใหญ่จึงอาจค่าส่งแพงกว่าของหนักชิ้นเล็ก
- ยอดส่งฟรีควรตั้งให้สูงกว่ายอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ และสูงพอที่กำไรของออเดอร์นั้นจ่ายค่าส่งจริงได้
- เทียบค่าส่งที่เก็บกับที่จ่ายจริงทุกเดือน ใช้เวลาไม่นานและเห็นรอยรั่วได้เร็ว
สิ้นเดือน เจ้าของร้านขายของที่ระลึกไทยออนไลน์ร้านหนึ่งเอาใบเสร็จขนส่งทั้งเดือนมาเรียงบนโต๊ะ ข้าง ๆ คือสมุดจดยอดขาย ตุ๊กตุ๊กจำลองขายดีกว่าที่คิด ช้างไม้ก็ไปได้ดี ทั้งเดือนส่งของไปสองร้อยกล่อง
ยอดขายดูดี แต่เงินในบัญชีไม่ได้เพิ่มตามที่ควร เธอบวกเลขอีกรอบ แล้วเจอว่าค่าส่งที่เก็บจากลูกค้า กล่องละ 40 บาทเท่ากันทุกกล่อง น้อยกว่าที่จ่ายให้ขนส่งจริงเกือบทุกกล่อง ตุ๊กตุ๊กชิ้นเดียวต้องใช้กล่องใหญ่ ห่อบับเบิลหนา และขนส่งคิดราคาตามขนาดกล่อง ไม่ได้ดูแค่น้ำหนัก
ไม่มีออเดอร์ไหนขาดทุนจนสะดุดตา ขาดทีละยี่สิบสามสิบบาท สองร้อยกล่อง
ค่าส่งที่ตั้งผิดไม่ได้ทำให้ร้านเจ๊งในวันเดียว มันกินกำไรไปเงียบ ๆ ทีละออเดอร์ จนถึงวันที่มานั่งบวกเลขถึงจะเห็น
ค่าส่งที่ร้านเก็บ กับค่าส่งที่ร้านจ่ายจริง แทบไม่เคยเท่ากัน
ร้านส่วนใหญ่ตั้งค่าส่งครั้งเดียวตอนเปิดร้าน มักดูจากร้านอื่น หรือจากค่าส่งกล่องเล็กที่สุดที่เคยส่ง แล้วไม่ได้กลับไปดูอีกเลย ระหว่างนั้นสินค้าเปลี่ยน ขนาดกล่องเปลี่ยน ขนส่งปรับราคา แต่ตัวเลข 40 บาทบนหน้าร้านยังอยู่ที่เดิม
อีกเรื่องที่ทำให้ตัวเลขเพี้ยนคือ ขนส่งหลายเจ้าคิดราคาจากขนาดกล่องด้วย ไม่ได้ดูแค่น้ำหนัก ของเบาแต่เทอะทะอย่างตุ๊กตุ๊กจำลอง จึงอาจค่าส่งแพงกว่าของหนักที่ใส่กล่องเล็กได้ ร้านที่ขายของรูปทรงแปลก ๆ เจอเรื่องนี้บ่อยที่สุด
ต้นทุนส่งหนึ่งกล่อง มีมากกว่าค่าขนส่ง
เวลาคิดค่าส่ง ให้นับทุกอย่างที่ต้องจ่ายเพื่อให้ของหนึ่งชิ้นไปถึงมือลูกค้า ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสร็จขนส่ง ลองคิดกับตุ๊กตุ๊กจำลองแบบสมมติ ราคาขาย 390 บาท ต้นทุนสินค้า 200 บาท ร้านเก็บค่าส่ง 40 บาท
| ต้นทุนส่งต่อกล่อง (ตัวเลขสมมติ) | บาท |
|---|---|
| ค่าขนส่งตามขนาดกล่อง | 55 |
| กล่อง | 12 |
| บับเบิลและเทป | 8 |
| รวมต้นทุนส่งจริง | 75 |
เก็บ 40 จ่ายจริง 75 ร้านออกเองกล่องละ 35 บาท กำไรต่อชิ้นที่คิดว่าได้ 190 บาท เหลือจริง 155 บาท ถ้าเดือนหนึ่งส่งแบบนี้ 200 กล่อง ส่วนต่างคือ 7,000 บาท ที่ไม่เคยโผล่เป็นบรรทัดไหนในบัญชี
ยังไม่ได้นับของที่แตกระหว่างทางแล้วต้องส่งใหม่ พัสดุที่ตีกลับเพราะที่อยู่ผิด และค่าบริการเพิ่มที่ขนส่งบางเจ้าเก็บสำหรับบางพื้นที่ เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกิดทุกกล่อง แต่ควรเผื่อไว้ในค่าส่งส่วนหนึ่ง
ค่าส่งเหมา หรือคิดตามน้ำหนัก เลือกจากของที่ร้านขาย
ค่าส่งเหมาราคาเดียว ลูกค้าชอบเพราะเข้าใจง่าย เหมาะกับร้านที่สินค้าขนาดใกล้ ๆ กัน เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ข้อสำคัญคือตั้งจากต้นทุนส่งเฉลี่ยของกล่องที่ส่งบ่อยจริง ไม่ใช่จากกล่องที่เล็กที่สุด
คิดตามน้ำหนักหรือขนาด ยุติธรรมกับร้านที่ขายของหลายขนาด ตั้งแต่พวงกุญแจจนถึงช้างไม้ตัวใหญ่ แต่ลูกค้าต้องเห็นค่าส่งก่อนจ่าย ไม่งั้นจะทิ้งตะกร้าตอนท้าย
แบ่งเป็นขั้น ทางกลางที่หลายร้านใช้ เช่น ของชิ้นเล็กราคาหนึ่ง ของชิ้นใหญ่อีกราคา หรือคิดตามจำนวนชิ้นเป็นช่วง ลูกค้ายังเข้าใจง่าย และร้านไม่ต้องควักค่าส่งของชิ้นใหญ่เอง
ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ ตั้งตัวเลขยังไงไม่ให้เข้าเนื้อ
"ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ 500 บาท" ได้ผลจริงในการทำให้ลูกค้าหยิบเพิ่มอีกชิ้น แต่ถ้าตั้งตัวเลขจากความรู้สึก มันจะกลายเป็นการแจกค่าส่งให้ออเดอร์ที่ร้านได้กำไรน้อยที่สุด
หลักง่าย ๆ คือ ยอดส่งฟรีต้องสูงพอที่กำไรของออเดอร์นั้นจ่ายค่าส่งจริงได้สบาย ๆ ต่อจากตัวอย่างเดิม ลูกค้าซื้อพวงมาลัยจำลองสองชิ้นกับช้างไม้หนึ่งตัว ยอด 520 บาท กำไรรวมสมมติ 230 บาท ค่าส่งจริงของกล่องที่ใหญ่ขึ้น 90 บาท ร้านยังเหลือ 140 บาท ไหวอยู่ แต่ถ้าตั้งยอดส่งฟรีไว้ที่ 300 บาท ออเดอร์ที่กำไร 120 บาทแล้วต้องจ่ายค่าส่ง 75 จะเหลือแค่ 45 บาท
ให้ดูยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ของร้านตอนนี้ แล้วตั้งยอดส่งฟรีให้สูงกว่านั้นอีกหน่อย ลูกค้าส่วนหนึ่งจะหยิบเพิ่มอีกชิ้นให้ถึงยอด และชิ้นนั้นแหละที่จ่ายค่าส่งให้ร้าน
บางร้านเลือกรวมค่าส่งไว้ในราคาสินค้าเลย
อีกทางคือขึ้นราคาสินค้าให้รวมต้นทุนส่งไว้แล้ว แล้วบอกว่าส่งฟรีทุกออเดอร์ ลูกค้าเห็นราคาเดียวจบ ไม่มีค่าส่งโผล่มาตอนท้าย ซึ่งเป็นจังหวะที่คนทิ้งตะกร้ากันบ่อย
วิธีนี้เหมาะกับร้านที่ส่วนใหญ่ขายทีละชิ้น และสินค้าขนาดใกล้กัน ข้อควรระวังคือถ้าลูกค้าซื้อหลายชิ้นในกล่องเดียว ร้านจะได้ค่าส่งเกินมา ดีกับร้าน แต่ลูกค้าที่คิดเลขเป็นอาจรู้สึกว่าแพง ลองเทียบราคาสุดท้ายกับร้านที่ขายของคล้ายกันก่อนตัดสินใจ
เอาใบเสร็จขนส่งมาเทียบทุกเดือน ไม่ใช่ปีละครั้ง
ไม่มีค่าส่งที่ตั้งครั้งเดียวแล้วถูกตลอดไป สินค้าใหม่ กล่องใหม่ ราคาขนส่งใหม่ ทำให้ตัวเลขขยับได้เสมอ ร้านที่ไม่ขาดทุนค่าส่งไม่ได้เก่งเลขกว่าร้านอื่น แค่เอาค่าส่งที่เก็บมาเทียบกับที่จ่ายจริงทุกเดือน ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ถ้าเพิ่งเริ่มเปิดร้าน ค่าส่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่ควรคิดก่อนวันเปิด อ่านภาพรวมได้ใน เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไง และถ้าค่าส่งทำให้ยอดโอนของลูกค้าไม่ตรงบ่อย ๆ ดู รับเงินออนไลน์สำหรับร้านเล็ก มีวิธีไหนบ้าง
ร้านค้าออนไลน์ที่ทีม woowey ทำให้ มีตะกร้า คูปอง และให้ร้านใส่เลขพัสดุให้ลูกค้าตามของเองได้ ถ้าคิดได้แล้วว่าร้านจะเก็บค่าส่งแบบเหมา แบ่งขั้น หรือส่งฟรีเมื่อซื้อครบ บอกเรา แล้วเราช่วยดูว่าหน้าร้านจะบอกค่าส่งให้ลูกค้าเห็นชัดก่อนจ่ายได้ยังไง
สิ้นเดือนหน้า ใบเสร็จขนส่งยังเรียงอยู่บนโต๊ะเหมือนเดิม แต่คราวนี้ตัวเลขสองฝั่งใกล้กัน ตุ๊กตุ๊กจำลองมีค่าส่งของมันเอง และเงินที่เคยรั่วไปกล่องละสามสิบห้าบาท กลับมาอยู่ในบัญชีของร้าน
คำถามที่พบบ่อย
ร้านออนไลน์ควรตั้งค่าส่งเท่าไหร่
ตั้งจากต้นทุนส่งจริงต่อกล่อง คือค่าขนส่ง ค่ากล่อง วัสดุกันกระแทก และเผื่อของเสียหายหรือตีกลับ ไม่ใช่ดูจากร้านอื่น แล้วเทียบกับใบเสร็จขนส่งจริงทุกเดือน
ค่าส่งเหมากับคิดตามน้ำหนัก แบบไหนดีกว่า
ค่าส่งเหมาเหมาะกับร้านที่สินค้าขนาดใกล้กัน ส่วนร้านที่ขายของหลายขนาดควรคิดตามน้ำหนักหรือขนาด หรือแบ่งเป็นขั้น เพื่อไม่ต้องออกค่าส่งของชิ้นใหญ่เอง
ตั้งยอดส่งฟรีเท่าไหร่ดี
ตั้งให้สูงกว่ายอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ของร้านเล็กน้อย และสูงพอที่กำไรของออเดอร์นั้นยังจ่ายค่าส่งจริงได้ ลูกค้าจะหยิบของเพิ่มให้ถึงยอด
ทำไมของเบาแต่ค่าส่งแพง
ขนส่งหลายเจ้าคิดราคาจากขนาดกล่องด้วย ไม่ได้ดูแค่น้ำหนัก ของที่เบาแต่ต้องใช้กล่องใหญ่จึงอาจค่าส่งแพงกว่าของหนักที่ใส่กล่องเล็กได้
ทีม woowey
ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ
เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ
อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา
พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน
อ่านต่อ
ขายออนไลน์รับเงินออนไลน์สำหรับร้านเล็ก: ปัญหาไม่ใช่รับเงินไม่ได้ แต่คือการนั่งเช็กสลิปทีละใบ
เจ็ดโมงเช้าวันเสาร์ เค้กสิบสองก้อนรอแต่งหน้า แต่มือหนึ่งของเจ้าของร้านต้องเลื่อนหาสลิปใน LINE ร้านเล็กส่วนใหญ่รับเงินออนไลน์ได้อยู่แล้ว ที่เหนื่อยคืองานหลังเงินเข้า
ขายออนไลน์เปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง เริ่มยังไงให้ลูกค้าสั่งได้โดยไม่ต้องทักมาถาม
ห้าทุ่ม มีคนเจอเสื้อที่ชอบแล้วพิมพ์ถามราคา เช้ามาร้านตอบ แต่เธอซื้อจากร้านอื่นไปแล้ว ร้านออนไลน์ที่อยู่ได้นานต่างจากร้านนี้ตรงเดียว ลูกค้าไม่ต้องทักมาถามก่อนถึงจะสั่งได้
ขายออนไลน์ขายบนมาร์เก็ตเพลส หรือเปิดเว็บร้านตัวเอง: ที่หนึ่งให้ยอดขาย อีกที่ให้ลูกค้าที่กลับมา
คืน 11.11 ร้านสกินแคร์แพ็กของถึงตีสาม แล้วเจอชื่อลูกค้าที่สั่งเซรั่มเป็นครั้งที่สาม ร้านขายให้เธอได้ แต่ยังไม่รู้จักเธอเลย นี่คือความต่างระหว่างขายบนมาร์เก็ตเพลสกับเว็บร้านตัวเอง