ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บอกเรา
หาลูกค้า

ลูกค้าทักแล้วเงียบ: ตอบแชทยังไงให้ปิดการขาย ในข้อความเดียว

สี่ทุ่มคืนวันพุธ ลูกค้าทักมาถามราคาทรีตเมนต์ เช้าวันรุ่งขึ้นร้านตอบตัวเลขไปหนึ่งบรรทัด ลูกค้าอ่านแล้ว ไม่ตอบ ตัวเลขไม่ผิด แต่มันทิ้งคำถามไว้ให้ลูกค้าต้องถามต่ออีกสามข้อ

ทีม woowey · อ่าน 10 นาที
หญิงสาวส่องกระจกขณะนั่งรอในคลินิก
ภาพ: Sum Sum / Unsplash

สรุปสั้น

  • ลูกค้าที่ถามราคาแล้วเงียบ ส่วนใหญ่ยังมีคำถามต่อ เช่น รวมอะไรบ้าง ใช้เวลานานไหม และมีคิววันไหน
  • คำตอบที่ปิดการขายได้ดี ใส่ราคา สิ่งที่รวมอยู่ เวลาที่ใช้ และคิวว่างไว้ในข้อความเดียว
  • จบคำตอบด้วยคำถามที่เลือกตอบได้ง่าย เช่น เสนอสองเวลาให้เลือก ดีกว่าถามกว้าง ๆ ว่าสะดวกวันไหน
  • ลูกค้าที่เงียบไปแล้ว ทักตามได้หนึ่งครั้งด้วยข้อมูลที่มีประโยชน์ เช่น คิวว่างใหม่ ไม่ควรตามหลายรอบ
  • เขียนคำตอบมาตรฐานให้คำถามที่เจอบ่อย ทุกคนในร้านจะตอบได้ครบและเหมือนกัน

สี่ทุ่มสิบนาทีคืนวันพุธ ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งล้างหน้าเสร็จ ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวหมองกว่าเดือนก่อน เธอเปิดเพจคลินิกที่เพื่อนเคยแนะนำ ทักไปว่า "ทรีตเมนต์หน้าใสราคาเท่าไหร่คะ"

สิบโมงเช้าวันพฤหัส แอดมินเปิดร้าน ไล่ตอบแชทที่ค้างจากเมื่อคืน พิมพ์ไปว่า "1,990 บาทค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวนะคะ" ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว แล้วก็ไม่มีอะไรตามมาอีก

ฝั่งแอดมินคิดว่าลูกค้าคงแค่ถามราคาเล่น ๆ ฝั่งลูกค้าคิดอีกแบบ ราคานี้รวมอะไร ทำนานไหม ถ้าขึ้นอยู่กับผิว แปลว่าอาจแพงกว่านี้หรือเปล่า แล้วจะว่างวันไหน ถามต่อก็ต้องรออีกรอบละครึ่งวัน เธอเลยไปเปิดดูคลินิกอีกแห่งที่ตอบทุกอย่างมาในข้อความเดียว

ลูกค้าถามราคาแล้วเงียบ เพราะคำตอบทำให้เขาต้องถามต่ออีกสามข้อ

คนทำร้านมักเรียกลูกค้ากลุ่มนี้ว่า "ถามราคาแล้วหาย" และเชื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะซื้อตั้งแต่แรก บางคนก็เป็นแบบนั้นจริง แต่ถ้าเปิดแชทเก่าขึ้นมาไล่ดู จะเห็นรูปแบบที่ซ้ำกันมาก คำตอบของร้านถูกต้องทุกตัวอักษร แต่ทิ้งคำถามไว้ให้ลูกค้าเป็นภาระ

การถามต่อในแชทไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทุกคำถามคือการรอ และทุกครั้งที่รอ ลูกค้ามีเวลาไปเปิดดูร้านอื่น พอต้องถามสามข้อ ก็คือรอสามรอบ ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกทางที่ง่ายกว่า คือไปหาร้านที่ตอบครบตั้งแต่ครั้งแรก

ตัวอย่างข้อความ: ราคาถูกต้อง แต่ลูกค้ายังต้องถามต่อว่ารวมอะไร ใช้เวลานานไหม และมีคิววันไหน เลยเงียบไปแทน

หลังคำว่า "ราคาเท่าไหร่" มีคำถามอีกหลายข้อที่ลูกค้าไม่ได้พิมพ์

คนที่พิมพ์ว่า "ราคาเท่าไหร่" ไม่ได้อยากรู้แค่ตัวเลข เขากำลังพยายามตัดสินใจว่าจะมาไหม และในหัวมีคำถามอีกชุดหนึ่งที่ยังไม่ได้พิมพ์

ราคานี้รวมอะไรบ้าง ทรีตเมนต์ 1,990 บาท รวมล้างหน้าไหม มีค่าอื่นเพิ่มตอนจ่ายเงินหรือเปล่า คำว่า "ขึ้นอยู่กับสภาพผิว" ทำให้ลูกค้ากังวลว่าจะโดนเพิ่มตอนหน้างาน

ใช้เวลานานแค่ไหน เขาต้องจัดเวลามา จะแวะช่วงพักเที่ยงได้ไหม หรือต้องลางานครึ่งวัน

เหมาะกับเขาไหม ผิวแบบนี้ทำได้หรือเปล่า ต้องทำกี่ครั้ง

มีคิวเมื่อไหร่ ถ้าคิวเต็มถึงเดือนหน้า ราคาจะถูกแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

ร้านทำผมก็เจอแบบเดียวกัน "ทำสีเท่าไหร่" ตามมาด้วยผมยาวแค่ไหน ฟอกไหม ใช้เวลากี่ชั่วโมง ร้านที่ตอบคำถามพวกนี้ไปพร้อมราคาตั้งแต่ข้อความแรก จะได้ลูกค้าที่พร้อมจองกลับมา แทนลูกค้าที่ต้องคิดคำถามต่อ

ตอบให้จบในข้อความเดียว แล้วถามกลับด้วยคำถามที่ตอบง่าย

คำตอบที่ปิดการขายได้ดีมักมีโครงคล้ายกัน เริ่มจากราคาแบบชัด ๆ บอกว่ารวมอะไร ใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้าราคาเปลี่ยนได้ ให้บอกว่าเปลี่ยนเพราะอะไร และร้านจะแจ้งก่อนเสมอ แล้วปิดด้วยคิวว่างจริงสองช่วงให้เลือก

คำถามปิดท้ายสำคัญกว่าที่คิด "สะดวกวันไหนคะ" ทำให้ลูกค้าต้องไปเปิดปฏิทิน คิด แล้วกลับมาตอบ ส่วน "เสาร์นี้ว่าง 11 โมงกับบ่ายสาม สะดวกช่วงไหนคะ" ตอบได้ในคำเดียว คนส่วนใหญ่ตอบคำถามที่ง่ายกว่า

ตัวอย่างข้อความ: ราคา สิ่งที่รวมอยู่ เวลา และคิวว่าง อยู่ในคำตอบเดียว แล้วจบด้วยคำถามที่ตอบได้ในคำเดียว

ข้อความยาวขึ้นนิดหน่อย แต่ลูกค้าอ่านจบในสิบวินาที และไม่เหลืออะไรให้ต้องถามต่อ ใช้ชื่อลูกค้าในคำตอบด้วยถ้ารู้ชื่อ แชทจะรู้สึกเหมือนคุยกับคน ไม่ใช่ได้ใบราคามาหนึ่งใบ

ลูกค้าทักตอนกลางคืน คำตอบตอนสิบโมงเช้ามักช้าไปแล้ว

คนจำนวนมากมีเวลาทักร้านตอนกลางคืน หลังเลิกงาน หลังกินข้าว ก่อนนอน ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านปิดแล้วพอดี คำถามที่ส่งมาสี่ทุ่ม ถ้าได้คำตอบตอนสิบโมงเช้า ลูกค้าอาจจองที่อื่นไปตั้งแต่เมื่อคืน

ร้านไม่จำเป็นต้องให้คนนั่งตอบแชทถึงเที่ยงคืน แต่ควรมีอะไรสักอย่างที่ตอบได้ทันที อย่างน้อยเป็นข้อความอัตโนมัติที่บอกราคาบริการหลัก เวลาที่ใช้ และลิงก์จอง พอเช้าค่อยตามด้วยคนจริง

ลองคิดเลขกับคลินิกสมมติ สัปดาห์หนึ่งมีแชทถามราคา 40 แชท ถ้าตอบแบบเดิมปิดได้ 4 คน แต่พอตอบครบและเร็วขึ้นปิดได้ 8 คน ส่วนต่าง 4 คน คนละ 1,990 บาท

4 คน × 1,990 บาท × 4 สัปดาห์ = 31,840 บาทต่อเดือน

เงินก้อนนี้มาจากคนที่ทักมาอยู่แล้ว ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่สักคน

ลูกค้าที่เงียบไปแล้ว ทักตามได้หนึ่งครั้ง ด้วยเรื่องที่มีประโยชน์กับเขา

ถ้าลูกค้าอ่านแล้วเงียบไปวันหนึ่ง การทักตามไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท ถ้าข้อความนั้นมีอะไรใหม่ให้เขา เช่น "คุณฝนคะ พรุ่งนี้บ่ายสองมีคิวว่างพอดีค่ะ ถ้าสะดวกกดจองได้เลยนะคะ" ลูกค้าบางคนแค่ลืมตอบ บางคนรอดูตารางงานอยู่ ข้อความแบบนี้ช่วยให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น

ทักตามหนึ่งครั้งก็พอ ถ้ายังเงียบ ปล่อยไว้ การตามซ้ำทุกวันทำให้ลูกค้าบล็อก และเสียโอกาสที่เขาจะกลับมาเองทีหลัง ส่วนการใช้ LINE ทักลูกค้าเก่าในจังหวะที่ใช่ เราเล่าไว้ในLINE OA สำหรับร้านค้า และภาพรวมว่าแชทเป็นส่วนไหนของการหาลูกค้า อยู่ในหาลูกค้าออนไลน์สำหรับร้านในพื้นที่

เขียนคำตอบชุดเดียว ให้ทุกคนในร้านตอบได้ครบเหมือนกัน

ร้านส่วนใหญ่มีคำถามที่เจอซ้ำไม่เกินสิบข้อ ราคาบริการหลัก เวลาเปิด ที่จอดรถ จองยังไง เลื่อนนัดได้ไหม ลองนั่งเขียนคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อเก็บไว้ ตามโครงข้างบน แล้วบันทึกเป็นข้อความสำเร็จรูปในแอปแชทที่ใช้ ใครเข้ากะไหนก็ตอบได้ครบเท่ากัน ไม่ต้องขึ้นกับว่าวันนั้นแอดมินคนไหนตอบ

สำหรับคลินิก มีอีกเรื่องที่ต้องระวัง คลินิกมีกฎเรื่องการโฆษณาบริการทางการแพทย์ที่ต้องทำตาม คำอย่าง "หายแน่นอน" หรือ "เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก" ไม่ควรอยู่ในคำตอบสำเร็จรูป ถ้าไม่แน่ใจว่าคำไหนพูดได้ ให้ถามผู้ที่รู้เรื่องกฎหมายสถานพยาบาลก่อน

ถ้าแชทเยอะจนคนตอบไม่ทัน woowey ทำระบบให้แบบรายเดือน มีบอทตอบแชทใน LINE ที่ตอบคำถามราคาและเวลาเปิดได้ทันทีแม้ตอนดึก กล่องแชทที่รวมข้อความจากเว็บกับ LINE ไว้ที่เดียว และระบบจองคิวที่ลูกค้ากดเลือกเวลาเองได้ เราตั้งคำตอบให้ตรงกับที่ร้านอยากตอบ บอกเราแค่ว่าลูกค้าถามอะไรบ่อย ที่เหลือเราจัดการให้

คืนวันพุธหน้า จะมีคนส่องกระจกหลังล้างหน้าแล้วทักมาถามราคาอีก ถ้าคำตอบที่เธอได้มีครบทุกอย่างที่อยากรู้ พร้อมเวลาว่างสองช่วงให้เลือก เธออาจตอบกลับมาคำเดียวว่า "11 โมงค่ะ" ก่อนจะเข้านอน

คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าถามราคาแล้วเงียบ ควรทำยังไง

ทักตามหนึ่งครั้งด้วยข้อมูลที่มีประโยชน์ เช่น คิวว่างใหม่หรือรายละเอียดที่ยังไม่ได้บอก แล้วปรับคำตอบราคาครั้งต่อไปให้มีสิ่งที่รวมอยู่ เวลาที่ใช้ และคิวว่างไว้ในข้อความเดียว

ตอบแชทลูกค้ายังไงให้ปิดการขายได้

ตอบราคาให้ชัด บอกว่ารวมอะไรและใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วจบด้วยคำถามที่ตอบง่าย เช่น เสนอเวลาว่างสองช่วงให้ลูกค้าเลือก

ควรบอกราคาในแชทเลยไหม หรือให้ลูกค้ามาที่ร้านก่อน

ควรบอกราคาเริ่มต้นหรือช่วงราคาในแชทเลย พร้อมบอกว่าราคาเปลี่ยนได้เพราะอะไร การไม่บอกราคาทำให้ลูกค้าหลายคนเดาว่าแพงแล้วไปร้านอื่น

ควรทักตามลูกค้าที่เงียบไปกี่ครั้ง

หนึ่งครั้งพอ หลังจากลูกค้าเงียบไปประมาณหนึ่งวัน และควรมีเรื่องใหม่ที่เป็นประโยชน์กับเขา ถ้ายังเงียบให้ปล่อยไว้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าบล็อก

ทีม woowey

ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ

เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ

อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา

พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน

กดเพื่อส่ง หรือลากออกแล้วปล่อย
มือถือที่เปิดแอปจองในร้านเสริมสวยหาลูกค้า
อ่าน 9 นาที

LINE OA สำหรับร้านค้า: เพื่อนหลักพันคน แต่ร้านใช้เป็นแค่กล่องข้อความ

บ่ายวันอังคาร เจ้าของร้านทำผมเปิดหลังบ้าน LINE OA เห็นเพื่อนหลักพันคน แชทส่วนใหญ่เงียบไปตั้งแต่ลูกค้าทำผมเสร็จ แล้วเธอก็กำลังคิดจะจ่ายค่าโฆษณาหาลูกค้าใหม่

ถนนตลาดกลางคืนที่มีคนเดินและป้ายไฟหาลูกค้า
อ่าน 11 นาที

หาลูกค้าออนไลน์สำหรับร้านในพื้นที่: ลูกค้าเลือกร้านใน 30 วินาทีบนมือถือ

หนึ่งทุ่มวันศุกร์ คนในรถเลื่อนดูร้านอาหารสามร้านแล้วเลือกร้านหนึ่งในเวลาไม่ถึงนาที ร้านที่อร่อยกว่าห่างไปสองซอยไม่ได้แพ้เรื่องรสมือ แต่แพ้บนหน้าจอมือถือ

มือถือดูแผนที่ระหว่างเดินบนถนนหาลูกค้า
อ่าน 10 นาที

ทำให้ร้านขึ้น Google Maps: ตอนรถเสีย คนเลือกอู่ที่ข้อมูลบอกความจริง

เย็นวันอาทิตย์ ไฟเตือนเครื่องยนต์ขึ้นกลางถนน คนขับจอดข้างทางแล้วพิมพ์ว่า "อู่ใกล้ฉัน" อู่ที่ได้งานไม่ใช่อู่ที่เก่งที่สุดหรือใกล้ที่สุด แต่เป็นอู่ที่ข้อมูลบน Google Maps บอกความจริง