ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บอกเรา
หาลูกค้า

หาลูกค้าออนไลน์สำหรับร้านในพื้นที่: ลูกค้าเลือกร้านใน 30 วินาทีบนมือถือ

หนึ่งทุ่มวันศุกร์ คนในรถเลื่อนดูร้านอาหารสามร้านแล้วเลือกร้านหนึ่งในเวลาไม่ถึงนาที ร้านที่อร่อยกว่าห่างไปสองซอยไม่ได้แพ้เรื่องรสมือ แต่แพ้บนหน้าจอมือถือ

ทีม woowey · อ่าน 11 นาที
ถนนตลาดกลางคืนที่มีคนเดินและป้ายไฟ
ภาพ: Natasha Ruf / Unsplash

สรุปสั้น

  • ลูกค้าที่หาร้านในพื้นที่มักเปิดดูสองสามร้านบนมือถือ แล้วตัดสินใจจากรูป เวลาเปิด ราคา รีวิว และวิธีติดต่อ ภายในเวลาไม่ถึงนาที
  • หน้าร้านบน Google Maps มาจาก Google Business Profile ซึ่งเจ้าของร้านแก้ข้อมูลเองได้โดยไม่เสียเงิน
  • ร้านที่ไม่บอกราคาหรือเวลาเปิด ลูกค้ามักไม่ทักไปถาม แต่เลื่อนไปดูร้านถัดไป
  • ลูกค้าดูวันที่ของรีวิวด้วย รีวิวใหม่ ๆ บอกว่าร้านยังเปิดอยู่และยังดีอยู่
  • แก้ข้อมูลที่ลูกค้าเห็นก่อนให้ถูกและครบ แล้วค่อยเริ่มจ่ายค่าโฆษณา

หนึ่งทุ่มวันศุกร์ คู่หนึ่งเพิ่งเลิกงาน นั่งอยู่ในรถตรงลานจอดหน้าตลาด ยังไม่รู้ว่าจะกินอะไร คนหนึ่งหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ว่า "ร้านอาหารใกล้ฉัน"

ร้านแรกที่ขึ้นมามีรูปหน้าร้านมืด ๆ ถ่ายตอนปิดประตูเหล็กแล้ว ร้านที่สองไม่บอกเวลาเปิด รีวิวล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ร้านที่สามมีรูปอาหารจานจริงสิบกว่ารูป มีรูปเมนูที่เห็นราคาชัด และมีรีวิวเมื่อวานเขียนว่าต้มยำหม้อไฟดีมาก กดนำทาง ออกรถ ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงนาที

ห่างออกไปสองซอย มีร้านที่ทำต้มยำอร่อยกว่า เจ้าของยืนมองโต๊ะว่างครึ่งร้าน แล้วคิดว่าคืนนี้คนคงไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้าน

ร้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้กันที่ฝีมือ แต่แพ้กันบนหน้าจอมือถือของลูกค้า ในสามสิบวินาทีแรกที่เขาเลื่อนผ่าน

หาลูกค้าออนไลน์สำหรับร้านในพื้นที่ เริ่มที่สามสิบวินาทีบนมือถือ

พอพูดถึงการหาลูกค้าออนไลน์ เจ้าของร้านส่วนใหญ่นึกถึงการยิงโฆษณา ทำคลิป หรือจ้างคนมารีวิว แต่ร้านที่ลูกค้าต้องเดินมาถึงหน้าร้าน อย่างร้านอาหาร ร้านทำผม อู่ซ่อมรถ หรือคลินิก มีคนจำนวนหนึ่งที่กำลังหาร้านแบบนี้อยู่แล้วทุกวัน คนกลุ่มนี้ไม่ต้องถูกชักชวน เขาแค่ต้องเลือก

และเขาไม่ได้อ่านละเอียด เปิดดูสองสามร้าน เทียบรูป ดูว่าเปิดอยู่ไหม ไกลแค่ไหน คนอื่นว่ายังไง แล้วตัดสินใจ ถ้าร้านไหนข้อมูลขาด เขาไม่ทักไปถาม เขาเลื่อนไปร้านต่อไป

งานแรกของการหาลูกค้าออนไลน์สำหรับร้านในพื้นที่ จึงเป็นการทำให้สามสิบวินาทีนั้นตอบทุกคำถามที่ลูกค้ามีอยู่ในหัว ก่อนจะไปคิดเรื่องดึงคนใหม่เข้ามาเพิ่ม

ลูกค้าเจอร้านจาก Google Maps, AI และ LINE มากกว่าจากหน้าเพจ

ลองนึกว่าลูกค้าเห็นร้านเราครั้งแรกที่ไหน สำหรับร้านในพื้นที่ คำตอบที่เจอบ่อยที่สุดคือหน้าร้านบน Google Maps คนพิมพ์ประเภทร้านตามด้วยคำว่า "ใกล้ฉัน" หรือชื่อย่าน แล้วเลือกจากรายการที่ขึ้นมา ข้อมูลตรงนั้นมาจาก Google Business Profile ที่เจ้าของร้านจัดการเองได้ เราเขียนเรื่องนี้ละเอียดไว้ในทำให้ร้านขึ้น Google Maps

ช่องทางที่สองที่คนใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ คือถามผู้ช่วย AI ตรง ๆ เช่น "แถวอารีย์มีร้านทำเล็บที่ไม่ต้องรอนานไหม" AI ตอบจากข้อมูลที่มันหาเจอบนเว็บ ร้านที่ข้อมูลชัดและตรงกันทุกที่ก็มีโอกาสถูกหยิบไปตอบมากกว่า อ่านต่อได้ที่ทำยังไงให้ ChatGPT และ AI แนะนำร้านของคุณ

ส่วน LINE คือที่ที่ลูกค้าคุยกับร้านตอนตัดสินใจแล้ว หรือกำลังจะตัดสินใจ หลายร้านมีคนแอดเป็นเพื่อนเป็นหลักร้อยหลักพัน แต่ใช้ LINE OA เป็นแค่กล่องรับข้อความ ซึ่งทิ้งโอกาสไว้เยอะ

เพจ Facebook กับ Instagram ยังสำคัญกับคนที่ติดตามร้านอยู่แล้ว แต่คนที่ยังไม่รู้จักร้าน มักเจอร้านจากการค้นหามากกว่าจากฟีด

สิ่งที่ลูกค้าดูก่อนเลือกร้าน คือรูปจริง เวลาเปิด ราคา และวิธีติดต่อ

รูปที่ตรงกับของจริง ลูกค้าอยากรู้ว่ามาแล้วจะเจออะไร รูปอาหารจานที่ร้านเสิร์ฟจริง รูปบรรยากาศตอนมีคนนั่ง รูปหน้าร้านที่จำได้ตอนขับผ่าน ได้ผลกว่ารูปโปรโมชันที่แต่งมาสวย ๆ เพราะมันตอบคำถามว่าร้านนี้หน้าตาแบบไหน

เวลาเปิดที่เชื่อได้ ไม่มีอะไรทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกเท่าขับมาถึงแล้วเจอร้านปิด ครั้งเดียวก็พอให้เขาไม่กลับมา บางคนเขียนรีวิวทิ้งไว้ให้คนอื่นเห็นด้วย ช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ หรือวันที่ปิดร้านไปงานบุญ ควรแก้เวลาให้ทันทุกครั้ง

ราคาคร่าว ๆ ไม่ต้องลงทุกเมนู แต่ลูกค้าควรเดาได้ว่าจะจ่ายประมาณเท่าไหร่ ร้านที่ไม่บอกราคาเลย ลูกค้าหลายคนจะเดาไว้ก่อนว่าแพง

ช่องทางติดต่อที่ใช้ได้จริง เบอร์ที่มีคนรับ ปุ่ม LINE ที่กดแล้วเจอร้าน ลิงก์จองที่เปิดได้ ลูกค้าที่ตัดสินใจแล้วมักลองติดต่อแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ติดก็ไปร้านอื่น

ลองคิดเลขกับร้านอาหารสมมติร้านหนึ่ง บิลเฉลี่ยโต๊ะละ 600 บาท ถ้าหน้าร้านบนมือถือที่ครบขึ้นทำให้มีคนเลือกร้านเพิ่มแค่วันละ 2 โต๊ะ เปิดร้าน 26 วันต่อเดือน

2 โต๊ะ × 600 บาท × 26 วัน = 31,200 บาทต่อเดือน

ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพิ่มสักบาท แค่ทำให้คนที่กำลังหาร้านอยู่แล้วเลือกเรา

ลูกค้าทักมาแล้ว คำตอบแรกของร้านตัดสินว่าเขาจะมาไหม

สามสิบวินาทีแรกพาลูกค้ามาถึงปุ่มติดต่อ แต่ยังไม่ได้พาเขามาถึงหน้าร้าน ร้านทำผมได้ข้อความ "ทำสีผมเท่าไหร่คะ" วันละหลายครั้ง ถ้าตอบไปแค่ "1,500 ขึ้นไปค่ะ" ลูกค้าต้องถามต่อว่าผมยาวแค่ไหนถึงจะราคานี้ ใช้เวลากี่ชั่วโมง วันเสาร์มีคิวไหม หลายคนเลือกเงียบไปแทน

ร้านที่ปิดการขายในแชทได้ดี จะตอบคำถามที่ลูกค้ายังไม่ได้ถามไปพร้อมกันในข้อความเดียว แล้วจบด้วยคำถามที่ตอบง่าย อย่าง "สะดวกเสาร์หรืออาทิตย์คะ" เราเล่าวิธีนี้พร้อมตัวอย่างข้อความไว้ในลูกค้าทักแล้วเงียบ ตอบแชทยังไงให้ปิดการขาย

ความเร็วก็สำคัญพอกัน ลูกค้าที่ทักมาตอนสามทุ่มแล้วได้คำตอบตอนสิบโมงเช้า ส่วนใหญ่จองร้านอื่นไปแล้ว ร้านที่ตอบช้าเพราะมือไม่ว่าง ควรมีข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่บอกราคาเริ่มต้นกับลิงก์จองไว้ อย่างน้อยลูกค้าก็ไม่ต้องนั่งรอเปล่า ๆ

รีวิวใหม่ ๆ บอกลูกค้าว่าร้านยังดีอยู่ในตอนนี้

ลูกค้าไม่ได้ดูแค่คะแนนดาว เขาดูวันที่ด้วย ร้านที่ได้ 4.8 ดาวแต่รีวิวล่าสุดเมื่อแปดเดือนก่อน ให้ความรู้สึกต่างจากร้าน 4.6 ดาวที่มีคนเขียนถึงทุกสัปดาห์ แบบแรกทำให้สงสัยว่ายังเปิดอยู่หรือเปล่า แบบหลังบอกว่าวันนี้ก็ยังมีคนมา

ร้านส่วนใหญ่มีลูกค้าที่พอใจมากกว่าที่รีวิวบอก แต่คนพอใจไม่ค่อยเขียนเอง ถ้าไม่มีใครขอในจังหวะที่เขากำลังรู้สึกดี วิธีขอที่ได้รีวิวจริงและไม่ผิดกติกาของแพลตฟอร์ม อยู่ในขอรีวิวจากลูกค้ายังไงให้ได้รีวิวจริง

อย่าลืมตอบรีวิวด้วย ทั้งรีวิวที่ชมและรีวิวที่ติ ลูกค้าคนต่อไปอ่านคำตอบของร้านพอ ๆ กับอ่านรีวิว คำตอบที่สุภาพและแก้ปัญหาจริง ทำให้รีวิวหนึ่งดาวกลายเป็นเหตุผลให้คนเชื่อร้านได้

เริ่มจากหน้าร้านที่ลูกค้าเห็นก่อน ค่อยคิดเรื่องโฆษณา

ลองทำแบบนี้คืนนี้ หยิบมือถือขึ้นมา ค้นหาแบบที่ลูกค้าค้น คือพิมพ์ประเภทร้านตามด้วยชื่อย่าน ดูว่าร้านเราขึ้นมาไหม รูปแรกที่เห็นเป็นรูปอะไร เวลาเปิดถูกหรือเปล่า แล้วลองกดปุ่มโทรกับปุ่ม LINE ดูว่าติดต่อได้จริงไหม

ส่วนใหญ่จะเจออย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ไม่ตรง เบอร์เก่าที่ไม่มีคนรับแล้ว รูปที่ลูกค้าถ่ายไว้ก่อนร้านรีโนเวต เมนูราคาเมื่อสองปีก่อน แก้สิ่งเหล่านี้ก่อน มันได้ผลเร็วกว่าและไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พอฐานตรงนี้แน่นแล้ว เงินที่ใช้กับโฆษณาจะพาคนมาเจอหน้าร้านที่พร้อมรับเขา

ถ้าอยากมีเว็บของร้านที่รวมเมนู ราคา รูป เวลาเปิด ปุ่ม LINE และการจองไว้ที่เดียว woowey ทำให้แบบรายเดือน ดึงข้อมูลร้านจากหมุด Google Maps มาตั้งต้นให้ และเจ้าของแก้รูปกับราคาเองได้ทุกครั้งที่มีอะไรเปลี่ยน บอกเราแค่ว่าร้านเป็นแบบไหน ที่เหลือเราจัดการให้

คืนวันศุกร์หน้า คู่เดิมอาจนั่งอยู่ในรถตรงลานจอดเดิม พิมพ์คำเดิม คราวนี้ร้านที่ทำต้มยำอร่อยกว่าอาจขึ้นมาพร้อมรูปหม้อไฟที่เพิ่งถ่ายเมื่อเช้า กับรีวิวเมื่อวานที่ร้านตอบขอบคุณไว้แล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเล็กหาลูกค้าออนไลน์ยังไงโดยไม่ต้องยิงแอด

เริ่มจากทำข้อมูลที่ลูกค้าเห็นตอนค้นหาให้ครบและถูก ทั้งหน้าร้านบน Google Maps รูปจริง เวลาเปิด ราคาคร่าว ๆ และช่องทางติดต่อ แล้วตอบแชทให้เร็วและครบ คนที่กำลังหาร้านอยู่แล้วจะเลือกร้านเรามากขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา

Google Business Profile เสียเงินไหม

ไม่เสียเงิน เจ้าของร้านสร้างหรือขอเป็นเจ้าของหน้าร้าน แล้วแก้ข้อมูล เวลาเปิด รูป และตอบรีวิวได้เอง ส่วนโฆษณาบน Google เป็นบริการแยกที่ต้องจ่ายเงิน

มีหน้าร้านบน Google Maps แล้ว ยังต้องมีเว็บไซต์ไหม

ไม่บังคับ แต่เว็บไซต์เป็นที่เดียวที่ร้านเขียนเมนู ราคา บริการ และคำตอบที่ลูกค้าถามบ่อยได้ครบตามที่ต้องการ และเป็นแหล่งข้อมูลที่ Google กับผู้ช่วย AI ใช้อ้างอิงได้

ร้านในพื้นที่ควรเริ่มหาลูกค้าออนไลน์จากช่องทางไหนก่อน

เริ่มจากหน้าร้านบน Google Maps เพราะเป็นที่ที่คนค้นหาร้านใกล้ตัวเห็นเป็นอย่างแรก ต่อด้วยการตอบแชทใน LINE ให้เร็วและครบ แล้วค่อยขอรีวิวจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ทีม woowey

ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ

เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ

อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา

พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน

กดเพื่อส่ง หรือลากออกแล้วปล่อย
มือถือดูแผนที่ระหว่างเดินบนถนนหาลูกค้า
อ่าน 10 นาที

ทำให้ร้านขึ้น Google Maps: ตอนรถเสีย คนเลือกอู่ที่ข้อมูลบอกความจริง

เย็นวันอาทิตย์ ไฟเตือนเครื่องยนต์ขึ้นกลางถนน คนขับจอดข้างทางแล้วพิมพ์ว่า "อู่ใกล้ฉัน" อู่ที่ได้งานไม่ใช่อู่ที่เก่งที่สุดหรือใกล้ที่สุด แต่เป็นอู่ที่ข้อมูลบน Google Maps บอกความจริง

มือถือที่เปิดหน้าแชทกับผู้ช่วย AIหาลูกค้า
อ่าน 9 นาที

ทำยังไงให้ ChatGPT และ AI แนะนำร้านของคุณ: AI เล่าได้เฉพาะสิ่งที่มันรู้ชัด

คืนก่อนคอนเสิร์ต มีคนพิมพ์ถาม AI ว่าร้านทำผมแถวไหนรับทำผมออกงานบ่ายวันเสาร์ AI ตอบมาสามร้าน ร้านที่ฝีมือดีที่สุดในย่านไม่อยู่ในนั้น เพราะ AI ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้านนี้ทำอะไร

มือถือที่เปิดแอปจองในร้านเสริมสวยหาลูกค้า
อ่าน 9 นาที

LINE OA สำหรับร้านค้า: เพื่อนหลักพันคน แต่ร้านใช้เป็นแค่กล่องข้อความ

บ่ายวันอังคาร เจ้าของร้านทำผมเปิดหลังบ้าน LINE OA เห็นเพื่อนหลักพันคน แชทส่วนใหญ่เงียบไปตั้งแต่ลูกค้าทำผมเสร็จ แล้วเธอก็กำลังคิดจะจ่ายค่าโฆษณาหาลูกค้าใหม่