ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บอกเรา
ระบบหลังร้าน

เก็บข้อมูลลูกค้ายังไงให้ใช้ต่อได้และถูก PDPA: รายชื่อที่กระจายอยู่ห้าที่ ใช้อะไรไม่ได้

เจ้าของร้านอยากทักลูกค้าที่หายไปสามเดือน แต่รายชื่ออยู่ในสมุด แชท LINE ไฟล์ของพนักงานเก่า และมือถือของอีกหลายคน สองชั่วโมงผ่านไปได้มาสี่สิบชื่อ และไม่แน่ใจสักชื่อว่าส่งไปได้ไหม

ทีม woowey · อ่าน 10 นาที
ปากกาหมึกซึมบนสมุดจด
ภาพ: David Travis / Unsplash

สรุปสั้น

  • รายชื่อลูกค้าที่กระจายอยู่ในสมุด แชท และมือถือพนักงาน ใช้ส่งข่าวสารหรือดูแลลูกค้าต่อได้ยาก จนกว่าจะรวมไว้ที่เดียว
  • ร้านบริการส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลลูกค้าจริงไม่กี่อย่าง คือ ชื่อ ช่องทางติดต่อ บริการที่เคยทำ หมายเหตุการดูแล และสถานะการยินยอมรับข่าวสาร
  • หลัก PDPA ในระดับร้านเล็ก คือบอกลูกค้าว่าเก็บอะไรเพื่ออะไร ใช้ตามนั้น ดูแลให้ปลอดภัย และทำตามเมื่อลูกค้าขอดู แก้ ลบ หรือถอนความยินยอม
  • การส่งโปรโมชันควรขอความยินยอมแยกจากการจองคิว เช่น ช่องติ๊กที่ไม่ได้ติ๊กไว้ให้ก่อน และจดวันที่ลูกค้าตกลงไว้
  • ข้อมูลสุขภาพ เช่น ประวัติการรักษาในคลินิก เป็นข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องวิธีเก็บที่ถูกต้อง

ปลายเดือนกันยายน เจ้าของร้านทำเล็บร้านหนึ่งอยากทักไปหาลูกค้าที่ไม่ได้มาร้านสักสามเดือน บอกว่าลายเล็บชุดใหม่เข้าแล้ว ฟังดูง่าย จนกระทั่งต้องเริ่มหาว่าลูกค้าเหล่านั้นคือใคร

รายชื่อแรกอยู่ในสมุดนัดที่เคาน์เตอร์ บางหน้ามีแค่ชื่อเล่นกับเวลา บางหน้าน้ำหกจนอ่านไม่ออก รายชื่อที่สองอยู่ในแชท LINE ของร้าน ที่ลูกค้าตั้งชื่อตัวเองเป็นรูปดอกไม้ ตัวอักษรญี่ปุ่น หรือชื่อแมว รายชื่อที่สามเป็นไฟล์ Excel ที่พนักงานคนเก่าทำไว้ก่อนลาออก ส่วนลูกค้าอีกครึ่งร้าน ทักหาช่างทางมือถือส่วนตัวของช่างเอง

สองชั่วโมงผ่านไป ได้มาสี่สิบชื่อ ไม่รู้ว่าครึ่งหนึ่งยังเป็นลูกค้าอยู่ไหม และไม่แน่ใจสักคนว่าเคยบอกไว้หรือเปล่าว่ายินดีรับข่าวสารจากร้าน สุดท้ายข้อความนั้นก็ไม่ได้ส่ง

ร้านนี้มีลูกค้าหลายร้อยคน แต่ในวันที่อยากใช้รายชื่อ กลับใช้อะไรไม่ได้เลย รายชื่อลูกค้าเป็นทรัพย์สินของร้านจริง แต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมันถูกเก็บไว้อย่างเป็นระบบ อยู่ที่เดียว และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

รายชื่อลูกค้าที่อยู่ห้าที่ ใช้งานได้น้อยกว่ารายชื่อเดียวที่ครบ

รายชื่อที่กระจายมีปัญหามากกว่าแค่หายาก ชื่อเดียวกันอยู่สามที่แต่เบอร์ไม่ตรงกัน ลูกค้าบอกช่างคนหนึ่งว่าแพ้กาวบางตัว แต่ช่างอีกคนไม่รู้ ลูกค้าที่ขอเลิกรับโปรโมชันไปแล้ว ยังอยู่ในไฟล์ของอีกคนที่ไม่รู้เรื่อง

ที่น่ากังวลที่สุดคือรายชื่อในมือถือส่วนตัวของพนักงาน วันที่เขาลาออก ลูกค้าทั้งหมดที่เขาดูแลก็ตามไปด้วย และร้านไม่มีทางรู้ว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกเอาไปทำอะไรต่อ

ก้าวแรกจึงยังไม่ต้องหาโปรแกรม ให้ตกลงกันในร้านก่อนว่าต่อไปนี้ข้อมูลลูกค้าอยู่ที่เดียว ใครรับลูกค้าใหม่ จดที่นั่น ใครรู้อะไรเพิ่ม เขียนไว้ที่นั่น

เก็บเท่าที่ใช้จริง น้อยแต่ครบดีกว่าเยอะแต่รก

หลายร้านพอตัดสินใจจะเก็บข้อมูล ก็อยากได้ทุกอย่าง วันเกิด ที่อยู่ อาชีพ รายได้ ทั้งที่ไม่เคยได้ใช้ ข้อมูลที่เก็บไว้แต่ไม่เคยใช้ คือความเสี่ยงที่ร้านต้องดูแลโดยไม่ได้อะไรกลับมา

สำหรับร้านบริการส่วนใหญ่ ข้อมูลที่ใช้จริงมีไม่กี่ช่อง

  • ชื่อที่ลูกค้าอยากให้เรียก และช่องทางติดต่อ เช่น เบอร์โทรหรือ LINE
  • บริการที่เคยทำ และมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
  • หมายเหตุที่ช่วยให้ดูแลเขาได้ดีขึ้น เช่น แพ้อะไร ชอบช่างคนไหน
  • ยินยอมรับข่าวสารจากร้านหรือไม่ และตกลงไว้เมื่อไหร่

หลักคิดนี้ตรงกับหลักของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย คือเก็บเท่าที่จำเป็นกับจุดประสงค์ที่บอกลูกค้าไว้

PDPA สำหรับร้านเล็ก เล่าเป็นภาษาคนทั่วไป

PDPA คือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ร้านเล็กหลายร้านคิดว่าเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ แต่ร้านไหนเก็บชื่อ เบอร์ หรือประวัติของลูกค้า ก็กำลังดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ ในระดับหลักการ มีไม่กี่ข้อที่ร้านควรรู้

บอกลูกค้าว่าเก็บอะไรและเอาไปทำอะไร เช่น เก็บเบอร์ไว้ยืนยันและเตือนนัด เก็บประวัติบริการไว้ดูแลครั้งต่อไป เขียนสั้น ๆ ไว้ในหน้าจองหรือแผ่นป้ายที่เคาน์เตอร์ก็ได้

ใช้ตามที่บอกไว้ เบอร์ที่ได้มาเพื่อเตือนนัด ถ้าจะเอาไปส่งโปรโมชัน ควรขอความยินยอมแยกอีกเรื่องหนึ่ง และอย่าเอารายชื่อไปให้ร้านอื่นใช้

ดูแลให้ปลอดภัย จำกัดว่าใครเปิดดูได้ ไม่วางสมุดรายชื่อไว้ให้ลูกค้าคนอื่นเห็น และไม่ให้ข้อมูลไปอยู่ในเครื่องส่วนตัวที่ร้านควบคุมไม่ได้

ทำตามเมื่อลูกค้าขอ ลูกค้าขอดูได้ว่าร้านเก็บอะไรของเขาไว้ ขอให้แก้ ขอให้ลบ หรือขอถอนความยินยอมได้ ร้านควรรู้ไว้ก่อนว่าจะทำยังไงเมื่อมีคนขอ

ร้านที่ดูแลข้อมูลสุขภาพ เช่น คลินิก ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะกฎหมายถือว่าข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่มีเงื่อนไขเข้มกว่า บทความนี้เล่าในระดับหลักการเท่านั้น ถ้าร้านมีข้อมูลแบบนี้ หรือไม่แน่ใจว่ากรณีของร้านต้องทำอะไรบ้าง ควรปรึกษานักกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

จังหวะที่ดีที่สุดคือตอนที่ลูกค้ากำลังให้ข้อมูลอยู่แล้ว ตอนจองคิว หรือตอนมาร้านครั้งแรก ไม่ใช่ทักไปขอทีหลังเป็นข้อความแยก

ในหน้าจองออนไลน์ อาจมีช่องให้ติ๊กแยกต่างหากว่า "ยินดีรับข่าวสารและโปรโมชันจากร้านทาง LINE" โดยไม่ติ๊กไว้ให้ก่อน ลูกค้าที่ไม่ติ๊กก็ยังจองได้ตามปกติ ที่หน้าร้านก็ถามด้วยประโยคเดียวกันได้ แล้วจดคำตอบไว้กับชื่อลูกค้าพร้อมวันที่

ข้อความที่ใช้ขอควรบอกชัดว่าจะส่งอะไร บ่อยแค่ไหน "แจ้งลายใหม่และโปรประจำเดือน ไม่เกินเดือนละสองครั้ง" ฟังสบายใจกว่า "ยินยอมให้ร้านใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด" มาก และลูกค้าที่ตกลงด้วยประโยคแบบแรก ก็มักไม่รำคาญเวลาได้ข้อความจริง

ข้อมูลลูกค้าไม่ควรอยู่ในมือถือส่วนตัวของพนักงาน

ความปลอดภัยของข้อมูลในร้านเล็ก ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับแฮกเกอร์ มันเป็นเรื่องธรรมดากว่านั้นมาก สมุดรายชื่อที่เปิดค้างไว้บนเคาน์เตอร์ ไฟล์ที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชท รหัสผ่านที่ใช้ร่วมกันทั้งร้านมาห้าปี และพนักงานที่ลาออกไปแล้วแต่ยังอยู่ในกลุ่ม LINE ของร้าน

สิ่งที่ทำได้ทันทีมีไม่กี่อย่าง ให้ลูกค้าทักร้านผ่านบัญชีของร้าน ไม่ใช่เบอร์ส่วนตัวของพนักงาน เก็บรายชื่อไว้ที่เดียวที่กำหนดได้ว่าใครเปิดดูได้ เอาคนที่ออกไปแล้วออกจากทุกกลุ่มและทุกบัญชีในวันเดียวกับที่เขาออก และมีสำเนาสำรองไว้ เผื่อวันที่เครื่องพังหรือไฟล์หาย

ข้อมูลที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ควรลบ ทั้งของลูกค้าที่ขอให้ลบ และข้อมูลเก่าที่ไม่มีเหตุผลต้องเก็บต่อ ยิ่งเก็บน้อย ยิ่งมีเรื่องให้ต้องดูแลน้อย

พอรายชื่ออยู่ที่เดียวและได้รับความยินยอม ร้านถึงเริ่มใช้มันได้

ข้อมูลที่เก็บดีแล้วเปลี่ยนงานหน้าร้านได้หลายอย่าง ช่างเห็นก่อนลูกค้ามาถึงว่าครั้งก่อนทำลายอะไร และแพ้กาวตัวไหน ร้านรู้ว่าใครหายไปนานแล้วจะทักไปถามข่าวได้ และการส่งข่าวสารก็ส่งเฉพาะคนที่ตกลงไว้ ไม่ต้องลุ้นว่าใครจะไม่พอใจ

ข้อมูลชุดเดียวกันนี้คือพื้นฐานของการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านจำเขาได้ ซึ่งได้ผลกว่าแต้มสะสมมาก เราเขียนเรื่องนี้ต่อไว้ในสมาชิกและแต้มสะสม ทำแล้วลูกค้ากลับมาจริงไหม และถ้าร้านกำลังคิดจะเอาข้อมูลลูกค้าไปใช้กับ AI อ่านเรื่องข้อมูลร้านกับ AI อะไรใส่ได้ อะไรไม่ควรใส่ก่อน

ร้านที่ทำเว็บและระบบจองคิวกับ woowey รายชื่อลูกค้าจากการจองและจากฟอร์มบนเว็บจะถูกเก็บไว้ที่เดียว และสำรองข้อมูลให้ทุกวัน ร้านไม่ต้องไล่รวบรวมจากแชทเองอีก

ปลายเดือนหน้า ถ้าเจ้าของร้านทำเล็บคนนั้นอยากบอกลูกค้าว่าลายใหม่เข้าแล้ว เธอจะเปิดรายชื่อเดียว เห็นว่าใครไม่ได้มาสามเดือนและตกลงรับข่าวสารไว้ แล้วเริ่มทักได้เลย ไม่ต้องเดาว่าใครโอเค

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเล็กต้องทำตาม PDPA ไหม

โดยทั่วไปต้อง ร้านที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เช่น ชื่อ เบอร์โทร หรือประวัติการใช้บริการ อยู่ในขอบเขตของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนหน้าที่ของแต่ละร้านต่างกันตามขนาดกิจการและประเภทข้อมูล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับกรณีของร้าน

เอาเบอร์ลูกค้าที่ได้จากการจองคิวไปส่งโปรโมชันได้ไหม

ควรขอความยินยอมก่อน เพราะเบอร์นั้นได้มาเพื่อยืนยันและเตือนนัด การเอาไปส่งโปรโมชันเป็นการใช้คนละจุดประสงค์ และควรให้ลูกค้าบอกเลิกรับได้ง่ายเท่ากับตอนตกลง

ลูกค้าขอให้ลบข้อมูล ร้านต้องทำยังไง

ร้านควรลบหรือหยุดใช้ข้อมูลนั้นตามที่ลูกค้าขอ ยกเว้นข้อมูลที่ร้านมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเก็บไว้ ถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรเก็บต่อได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ร้านควรเก็บข้อมูลลูกค้าอะไรบ้าง

เก็บเท่าที่ใช้จริง สำหรับร้านบริการส่วนใหญ่คือ ชื่อ ช่องทางติดต่อ บริการที่เคยทำ วันที่มาล่าสุด หมายเหตุการดูแล เช่น สิ่งที่แพ้ และสถานะการยินยอมรับข่าวสาร

ทีม woowey

ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ

เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ

อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา

พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน

กดเพื่อส่ง หรือลากออกแล้วปล่อย
คนนั่งเครียดหน้าแล็ปท็อปในออฟฟิศระบบหลังร้าน
อ่าน 9 นาที

ระบบหลังร้านสำหรับธุรกิจบริการ: วันที่ทุกคำถามต้องรอเจ้าของคนเดียว

สองทุ่ม เจ้าของร้านเพิ่งได้นั่งกินข้าว แต่โทรศัพท์สั่นไม่หยุด เพราะทุกคำถามในร้านต้องรอคนคนเดียวตอบ วันนั้นแหละคือวันที่ร้านต้องมีระบบหลังร้าน และนี่คือวิธีเริ่มทีละเรื่อง

ลูกค้านั่งดูโทรศัพท์อยู่ในร้านเสริมสวยระบบหลังร้าน
อ่าน 7 นาที

ลูกค้าจองคิวแล้วไม่มา: คิวว่างที่ร้านเสียเงินไปโดยไม่รู้ตัว

บ่ายสองวันเสาร์ คิวที่ดีที่สุดของสัปดาห์ ลูกค้าไม่มา ไม่ทัก เรื่องที่ร้านรับนัดแทบทุกร้านเคยเจอ ทำไมมันเกิด เงินหายไปเท่าไหร่ และร้านที่ไม่ค่อยเจอปัญหานี้ทำอะไรต่างออกไป

ห้องนวดที่จัดเตียงไว้รอลูกค้าระบบหลังร้าน
อ่าน 9 นาที

ระบบจองคิวออนไลน์ เลือกยังไง: ต้องคิดแบบร้าน ไม่ใช่แบบปฏิทิน

ศุกร์หนึ่งทุ่ม ลูกค้าสองคนจองนวดน้ำมันเวลาเดียวกัน ระบบรับทั้งคู่ แต่ร้านเหลือหมอนวดน้ำมันว่างอยู่คนเดียว ระบบจองคิวที่ดีต้องรู้เรื่องแบบนี้ และนี่คือวิธีดูว่าระบบไหนรู้