เว็บมีคนเข้าแต่ไม่มีใครติดต่อ: ลูกค้าเงียบเพราะต้องคิดเยอะเกินไปก่อนจะทักได้
สี่ทุ่มคืนวันอาทิตย์ คนที่ปวดฟันและพร้อมจะจองอยู่แล้วกดเข้าเว็บคลินิก แล้วกดออกไปภายในหนึ่งนาที เธอสนใจอยู่แล้ว แค่ต้องคิดเยอะเกินไปกว่าจะติดต่อได้

สรุปสั้น
- คนที่เข้าเว็บแล้วไม่ติดต่อ ส่วนใหญ่ไม่ได้ไม่สนใจ แต่เว็บทำให้ต้องคิดหลายเรื่องก่อนจะติดต่อได้
- ปุ่มติดต่อควรเห็นในจอแรกบนมือถือ และบอกชัดว่ากดแล้วจะเกิดอะไร เช่น จองคิว หรือทัก LINE
- การบอกราคาเริ่มต้นและสิ่งที่ทำให้ราคาเปลี่ยน ช่วยให้ลูกค้าที่กังวลเรื่องงบกล้าทักมามากขึ้น
- ฟอร์มติดต่อควรถามแค่ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการติดต่อกลับครั้งแรก และบอกว่าจะติดต่อกลับเมื่อไหร่
- วิธีหาจุดที่ต้องแก้ที่ได้ผล คือให้คนที่ไม่เคยเห็นเว็บลองใช้จากมือถือ แล้วดูว่าเขาติดตรงไหน
สี่ทุ่มคืนวันอาทิตย์ ผู้หญิงคนหนึ่งนอนไม่หลับเพราะปวดฟันกรามซี่ล่าง เธอหยิบโทรศัพท์ พิมพ์ "ทำฟัน ใกล้ฉัน" แล้วกดเข้าเว็บคลินิกทันตกรรมผลแรกที่ขึ้นมา
จอแรกเป็นรูปตึกคลินิกเต็มจอ กับคำว่า "ยินดีต้อนรับสู่คลินิกทันตกรรมของเรา" เลื่อนลงมาเป็นประวัติคลินิก วิสัยทัศน์ รูปเครื่องมือ เธออยากรู้แค่สามเรื่อง พรุ่งนี้เปิดไหม อุดฟันราคาประมาณเท่าไหร่ และจองยังไง
เธอกดเมนู "ติดต่อเรา" เจอฟอร์มแปดช่อง มีช่องอีเมลที่บังคับกรอก กับช่อง "เรื่องที่ต้องการติดต่อ" ที่ต้องเลือกจากรายการ เธอปิดหน้านั้น แล้วกดผลค้นหาถัดไป
เช้าวันจันทร์ ผู้จัดการคลินิกเปิดดูรายงานคนเข้าเว็บ เดือนที่แล้วมีคนเข้าหลายร้อยคน แต่คนที่ทักมาบอกว่าเห็นจากเว็บนับได้ไม่ถึงสิบ เขาไม่มีทางรู้ว่าหนึ่งในนั้นปวดฟันอยู่ตอนสี่ทุ่ม และพร้อมจะจองอยู่แล้ว
คนที่เข้าเว็บแล้วเงียบ ส่วนใหญ่ไม่ได้ไม่สนใจ
เวลาเว็บมีคนเข้าแต่ไม่มีใครติดต่อ เจ้าของธุรกิจมักคิดว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่กลุ่มลูกค้า หรือแค่เข้ามาดูเล่น บางส่วนก็ใช่ แต่คนที่ค้นคำว่า "ทำฟัน ใกล้ฉัน" ตอนสี่ทุ่ม ไม่ได้เข้ามาดูเล่น
สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าคือ เขาต้องคิดเยอะเกินไปก่อนจะติดต่อได้ ต้องหาว่าปุ่มอยู่ไหน ต้องเดาว่าราคาจะเกินงบไหม ต้องคิดว่าจะเขียนอะไรในฟอร์ม ทุกครั้งที่ต้องหยุดคิด คือจังหวะที่เขาจะกดย้อนกลับ และผลค้นหาถัดไปอยู่ห่างแค่ปลายนิ้ว
คำถามที่ช่วยได้มากกว่า "ทำยังไงให้คนเข้าเว็บเยอะขึ้น" จึงเป็น "คนที่เข้ามาแล้ว ต้องคิดกี่เรื่องก่อนจะทักเราได้" แล้วไล่ลดทีละเรื่อง
ปุ่มติดต่อต้องเห็นตั้งแต่จอแรกบนมือถือ
เปิดเว็บของตัวเองในโทรศัพท์ แล้วดูจอแรกโดยไม่เลื่อน ถ้าไม่เห็นทางติดต่อสักทาง ลูกค้าจำนวนมากก็จะไม่เห็นเหมือนกัน คนที่ใช้มือถือไม่ค่อยไล่อ่านทั้งหน้าเพื่อหาปุ่ม
ปุ่มที่ใช้ได้ผลมักบอกว่ากดแล้วจะเกิดอะไร "จองคิว" "ทัก LINE" "โทรหาคลินิก" ชัดกว่า "ติดต่อเรา" อยู่ตรงที่นิ้วโป้งเอื้อมถึง และเลื่อนตามลงไปด้วยเวลาอ่าน เบอร์โทรต้องกดแล้วโทรออกได้เลย ไม่ใช่ตัวหนังสือที่ลูกค้าต้องจำแล้วไปกดเอง
เลือกทางหลักทางเดียวให้เด่น ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านทัก LINE อยู่แล้ว ให้ปุ่ม LINE เด่นที่สุด ไม่ต้องเอาทุกช่องทางมาเรียงขนาดเท่ากันจนลูกค้าต้องเลือกอีกรอบ
ไม่มีราคาบนเว็บ ลูกค้าต้องเดา และคนที่ต้องเดามักไม่ทัก
หลายธุรกิจไม่ใส่ราคาเพราะกลัวคู่แข่งเห็น หรือเพราะราคาขึ้นกับแต่ละเคส ซึ่งเข้าใจได้ แต่จากฝั่งลูกค้า เว็บที่ไม่มีราคาเลยทำให้เขาต้องเดา หลายคนเดาไว้สูงกว่าความจริง แล้วไม่ทักมาถาม เพราะไม่อยากเสียเวลาทั้งสองฝ่าย
คลินิกทันตกรรมไม่ต้องบอกราคาทุกเคส บอกราคาเริ่มต้นของบริการที่คนค้นบ่อย ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน แล้วอธิบายสั้น ๆ ว่าราคาขึ้นกับอะไร และต้องตรวจก่อนถึงจะบอกได้แน่นอน แค่นี้ความกังวลเรื่องงบก็เบาลงไปมาก
ความไม่แน่ใจไม่ได้มีแค่เรื่องราคา ลูกค้าคลินิกมักกังวลว่าเจ็บไหม ใช้เวลานานไหม วันนี้เดินเข้าไปเลยได้ไหม หรือต้องจองก่อน ถ้าตอบไว้บนเว็บ คนที่ลังเลจะกล้าทักมากขึ้น หน้าที่ควรมีเพื่อตอบคำถามแบบนี้ เขียนไว้ใน เว็บไซต์ธุรกิจต้องมีหน้าอะไรบ้าง
ฟอร์มติดต่อที่ถามเยอะ คือประตูที่หนักเกินไป
ฟอร์มแปดช่องคืนนั้นไม่ได้ผิดอะไร ทุกช่องมีเหตุผลในมุมของคลินิก แต่สำหรับคนที่ปวดฟันและถือโทรศัพท์มือเดียว ทุกช่องคือเรื่องที่ต้องคิด และช่องอีเมลแบบบังคับกรอกมักเป็นจุดที่คนเลิกกลางทาง
ฟอร์มที่คนกรอกจนจบ ถามแค่ที่จำเป็นสำหรับการติดต่อกลับครั้งแรก ชื่อ เบอร์โทรหรือ LINE และเรื่องที่ต้องการแบบพิมพ์สั้น ๆ ข้อมูลอื่นถามตอนคุยกันได้ ใต้ปุ่มส่งบอกให้ชัดว่าจะเกิดอะไรต่อ "คลินิกจะโทรกลับภายในเช้าวันพรุ่งนี้" ทำให้คนกล้ากดส่งมากกว่าปุ่มที่ไม่บอกอะไรเลย
อีกเรื่องที่ทำให้ฟอร์มเงียบ คือไม่มีใครเห็นมัน ฟอร์มที่ส่งเข้าอีเมลซึ่งไม่มีใครเปิด ทำให้ลูกค้ารอแล้วรออีก คนที่ส่งฟอร์มตอนสี่ทุ่มแล้วไม่มีใครติดต่อกลับจนเย็นวันรุ่งขึ้น ก็จองคลินิกอื่นไปแล้ว ให้ฟอร์มแจ้งเตือนเข้าช่องทางที่ร้านเปิดดูทุกวัน เช่น LINE
ตอบเรื่องที่ลูกค้ากังวลไว้ก่อนเขาต้องถาม
ลูกค้าที่ลังเลมักมีคำถามเล็ก ๆ ที่ไม่ใหญ่พอให้ทักมาถาม แต่ใหญ่พอให้ยังไม่ตัดสินใจ มีที่จอดรถไหม เปิดวันอาทิตย์ไหม มีหมอผู้หญิงไหม พาเด็กมาด้วยได้ไหม
คำถามพวกนี้ไม่ต้องมีหน้าแยก วางไว้ใกล้ปุ่มจองหรือใกล้แผนที่ก็พอ เวลาทำการเขียนให้ถูกและตรงกับหมุด Google Maps วันหยุดพิเศษบอกล่วงหน้า
ความเชื่อใจก็เป็นความกังวลอย่างหนึ่ง รูปหมอจริง ชื่อหมอ และบรรยากาศในคลินิก ทำให้คนแปลกหน้ารู้สึกว่ากำลังจะไปหาคนที่มีตัวตน ไม่ใช่ตึกในรูป
ลองเปิดเว็บตัวเองแบบคนแปลกหน้า
วิธีหาว่าเว็บทำให้ลูกค้าต้องคิดเยอะตรงไหน ที่ได้ผลที่สุดคือให้คนที่ไม่เคยเห็นเว็บลองใช้ ยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนหรือญาติ บอกโจทย์ว่า "ปวดฟัน อยากนัดพรุ่งนี้" แล้วนั่งดูเงียบ ๆ ไม่ต้องช่วย จุดที่เขาหยุด ขมวดคิ้ว หรือถามว่า "ต้องกดตรงไหน" คือจุดที่ต้องแก้
ระหว่างนั้น เช็กไปด้วยว่าเว็บผ่านข้อพวกนี้หรือยัง
- จอแรกบนมือถือ บอกได้ว่าร้านทำอะไรและติดต่อยังไง
- มีราคาเริ่มต้น หรืออย่างน้อยบอกว่าราคาขึ้นกับอะไร
- ปุ่มติดต่อกดแล้วไปถึงแชทหรือโทรออกได้จริง
- ฟอร์มมีแค่ช่องที่จำเป็น และบอกว่าจะติดต่อกลับเมื่อไหร่
- เวลาเปิดปิดบนเว็บตรงกับหมุด Google Maps
ถ้าใช้ Google Analytics (GA4) อยู่ ลองตั้งให้นับการกดปุ่มติดต่อและการส่งฟอร์มด้วย ตัวเลขนั้นบอกได้ตรงกว่าจำนวนคนเข้าว่าแก้แล้วดีขึ้นไหม ถ้ากำลังคิดเรื่องเว็บใหม่ทั้งหมด ดู คู่มือทำเว็บไซต์ธุรกิจสำหรับเจ้าของร้าน ประกอบ
woowey ทำเว็บไซต์ให้ธุรกิจแบบรายเดือน ร้านที่มีเว็บเดิมอยู่แล้วย้ายมาได้ ทีมจัดหน้าให้ทางติดต่ออยู่ในจอแรก ทำฟอร์มรับลีดสั้น ๆ ที่แจ้งลีดใหม่ทาง LINE และถ้าเป็นคลินิกหรือร้านที่รับนัด ต่อระบบจองคิวให้ลูกค้าเลือกเวลาเองได้ บอกเราว่าตอนนี้ลูกค้าติดตรงไหน บอกมาแค่นี้ก็พอ ที่เหลือเราจัดการให้
คืนวันอาทิตย์ครั้งหน้า ถ้าผู้หญิงที่ปวดฟันคนนั้นกดเข้าเว็บคลินิกเดิม จอแรกอาจบอกว่าพรุ่งนี้เปิดเก้าโมง อุดฟันเริ่มต้นที่เท่าไหร่ และมีปุ่มจองคิวอยู่ตรงนิ้วโป้ง เธอกดจองเก้าโมงครึ่ง แล้ววางโทรศัพท์ลงไปนอน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเว็บมีคนเข้าแต่ไม่มีคนติดต่อ
ส่วนใหญ่เพราะเว็บทำให้ลูกค้าต้องคิดเยอะก่อนติดต่อ เช่น หาปุ่มติดต่อไม่เจอในมือถือ ไม่มีราคาให้ดู หรือฟอร์มถามข้อมูลมากเกินไป
ควรใส่ราคาบนเว็บไซต์ไหม
ควรใส่อย่างน้อยราคาเริ่มต้นหรือช่วงราคา พร้อมบอกว่าราคาขึ้นกับอะไร ลูกค้าจะรู้ว่าอยู่ในงบไหม และกล้าทักมาคุยต่อ
ฟอร์มติดต่อบนเว็บควรมีกี่ช่อง
เท่าที่จำเป็นสำหรับการติดต่อกลับครั้งแรก มักเป็นชื่อ เบอร์โทรหรือ LINE และเรื่องที่ต้องการ ข้อมูลอื่นค่อยถามตอนคุยกัน
จะรู้ได้ยังไงว่าเว็บไซต์ได้ลูกค้าจริง
นับจำนวนคนที่กดปุ่มติดต่อ ส่งฟอร์ม หรือจองผ่านเว็บ และถามลูกค้าใหม่ว่าเจอร้านจากที่ไหน จำนวนคนเข้าเว็บอย่างเดียวบอกไม่ได้
ทีม woowey
ทีมที่ทำเว็บและระบบให้ธุรกิจ
เราทำเว็บไซต์ ระบบจองคิว ร้านค้าออนไลน์ และระบบหลังบ้านให้ธุรกิจไทย แล้วดูแลต่อทุกเดือน บทความในนี้มาจากสิ่งที่เราเจอจริงตอนทำงานกับร้านต่าง ๆ
อยากให้ร้านคุณมีแบบนี้ไหม บอกเรา
พิมพ์สิ่งที่อยากได้ได้เลย ทีม woowey ทำเว็บและระบบให้ แล้วดูแลต่อทุกเดือน
อ่านต่อ
ทำเว็บไซต์ทำเว็บไซต์ธุรกิจ คู่มือเจ้าของร้าน ตั้งแต่เลือกแบบจนเปิดใช้จริง
เจ้าของร้านส่วนใหญ่เริ่มทำเว็บจากการเลือกแบบที่สวยที่สุด ทั้งที่คำถามที่ตัดสินว่าเว็บจะได้ลูกค้าไหมคืออีกข้อ คนที่เข้ามาในเว็บแล้ว ควรได้ทำอะไรต่อ
ทำเว็บไซต์เว็บไซต์ธุรกิจต้องมีหน้าอะไรบ้าง: ทุกหน้าคือคำถามที่ลูกค้าไม่ต้องทักมาถาม
สามทุ่มครึ่ง ข้อความค้างอยู่สิบสองแชท คำถามเกือบเหมือนกันหมด ทุกคำถามที่ลูกค้าต้องทักมาถาม คือหน้าที่เว็บของร้านยังขาดอยู่
ทำเว็บไซต์ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ แยกค่าใช้จ่ายทุกก้อนที่ต้องจ่ายจริงตลอดปี
"ทำเว็บให้ 15,000 จบ" ฟังดูชัดเจนดี จนถึงเดือนที่แปดที่ร้านต้องแก้ราคาในหน้าเมนู แยกค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์ทุกก้อน แล้วคิดเลขให้ดูว่าทั้งปีจ่ายจริงเท่าไหร่